⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1307/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคัดค้านการขอรับรองการทำประโยชน์ที่ดินมือเปล่าโดยอ้างว่าที่ดินรังวัดทับที่ของตน ถือเป็นการบอกกล่าวโดยตรงว่าผู้คัดค้านไม่เจตนาจะยึดถือที่ดินแทนผู้ขอ แต่จะยึดถือเพื่อตนเอง ซึ่งเป็นการแย่งการครอบครอง และต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ถูกแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำขอการรับรองการทำประโยชน์ต่ออำเภอ จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านโดยอ้างว่าโจทก์รังวัดทับที่ของจำเลย ซึ่งโจทก์ได้รับทราบคำคัดค้านของจำเลยแล้ว ดังนี้ การคัดค้านของจำเลยซึ่งให้โจทก์ได้ทราบแล้วนั้น ถือได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวไปยังโจทก์โดยตรงว่าไม่เจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ หากแต่จะยึดถือเพื่อตนเองต่อไปตามมาตรา 1381 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยได้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองตั้งแต่นั้นแล้ว ซึ่งเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์อยู่ในตัว การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองของโจทก์ต้องฟ้องภายใน 1 ปี ตามมาตรา 1375 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากโจทก์ฟ้องเมื่อเกิน 1 ปีแล้วศาลก็ต้องยกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินเนื้อที่ ๙๙ ตารางวา อยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลนาเกลือ ซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าเป็นของโจทก์เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ มารดาจำเลยได้เช่าจากโจทก์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย จำเลยได้อยู่ร่วมกับมารดาด้วย ครบสัญญาเช่าจำเลยไม่ยอมออก โจทก์บอกเลิกแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยให้ออกไป จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ จำเลยครอบครองมา ๑๗ - ๑๘ ปีแล้ว มารดาจำเลยไม่เคยเช่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ โจทก์อ้างว่าที่ดินที่จำเลยสร้างบ้านอยู่เป็นของโจทก์ มารดาจำเลยและจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านว่าเป็นที่ดินว่าง น้ำท่วมถึง ไม่ใช่ของโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยได้แสดงพฤติการณ์เป็นการแย่งการครอบครองและเจตนาเปลี่ยนการครอบครองโดยโจทก์ได้ทราบการแสดงเจตนานี้แล้ว นับแต่เดือนกันยายน ๒๕๐๕ โดยเปลี่ยนการครอบครองจากสิทธิการเช่ามาเป็นการครอบครองเพื่อตนเองและจำเลยยังคงครอบครองที่พิพาทตลอดมา เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๗ จึงต้องห้ามตามมาตรา ๑๓๗๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่จำเป็นวินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เดือนสิงหาคม ๒๕๐๕ โจทก์ขอให้อำเภอเรียกมารดาจำเลยไปทำสัญญาเช่า มารดาจำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้เช่าที่โจทก์ และไม่ยอมออกจากที่พิพาท ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอคำรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ต่อนายอำเภอ นอกจากจำเลยได้คัดค้านให้งดการรังวัดไว้แล้ว ปรากฏว่าในวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๐๕ จำเลยได้ยื่นคำขอคัดค้านการออก น.ส. ๓ ให้แก่โจทก์ต่อนายอำเภอว่า โจทก์ได้นำรังวัดทับที่ของจำเลย ขอให้งดการออก น.ส.ให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ลงชื่อรับทราบคำคัดค้านของจำเลยในเดือนเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะฟังว่าในตอนแรกมารดาจำเลยหรือจำเลยเช่าที่พิพาทของโจทก์ การยึดถือของมารดาจำเลยหรือจำเลย เป็นการยึดถือในฐานะเป็นผู้เช่าหรือผู้แทนโจทก์ก็ตาม แต่ในตอนหลังคือตอนที่โจทก์ได้ยื่นคำขอรับรองการทำประโยชน์ต่อนายอำเภอ จำเลยได้ยื่นคำคัดค้านโดยอ้างว่าโจทก์รังวัดทับที่ของจำเลย ซึ่งโจทก์ได้รับทราบคำคัดค้านของจำเลยแล้ว การคัดค้านของจำเลยซึ่งให้โจทก์ได้ทราบแล้วนั้นถือได้ว่า จำเลยได้บอกกล่าวไปยังโจทก์โดยตรงว่าไม่เจตนาจะยึดถือที่พิพาทแทนโจทก์ แต่จะยืดถือเพื่อตนเองต่อไป ตามมาตรา ๑๓๘๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยได้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทเพื่อตนเองตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ๒๕๐๕ เป็นต้นมา เป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์ในตัว การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองของโจทก์ต้องฟ้องภายใน ๑ ปี ตามมาตรา ๑๓๗๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่โจทก์เพิ่งฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๐๗ เกินกำหนด ๑ ปีแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2509 นายสือ บุญบำรุง โจทก์ นางพน ธรรมสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสือ บุญบำรุง · จำเลย - นางพน ธรรมสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายมาโนช เพียรสนอง · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 472/2526ฎีกา 945/2537ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 1280/2492ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 546/2532ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา