⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1341/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขัดขืนไม่มาให้การตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 แต่พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายจับตัวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66(3)

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีผู้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดิน จำเลยย่อมตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (2)แล้ว ซึ่งในชั้นสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 พนักงานสอบสวนจะบังคับให้ผู้ต้องหาให้ถ้อยคำใด ๆ ไม่ได้ และมาตรา 135 ก็บัญญัติห้ามมิให้พนักงานสอบสวนล่อลวงหรือขู่เข็ญผู้ต้องหาให้ให้การอีกด้วย จึงเห็นได้ว่า หมายเรียกของพนักงานสอบสวนที่ให้ผู้ต้องหามาเพื่อให้การ ไม่เข้าลักษณะเป็นคำบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 กรณีผู้ต้องหาขัดขืนไม่มาให้การตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66(3) บัญญัติทางแก้ไว้ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายจับตัวมาได้ เป็นการลงโทษอยู่แล้ว จึงเห็นได้ว่า เจตนารมย์ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 168 หาได้มุ่งหมายจะใช้บังคับกับผู้ต้องหาที่ขัดขืนไม่มาให้การต่อพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกด้วยไม่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.66 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.135 ประมวลกฎหมายอาญา ม.168

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยรับสารภาพ ฟังได้ว่าร้อยตำรวจโทประเสริฐ รักษาสุข พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกจำเลยซึ่งถูกนายโท น้อยมา กล่าวหาว่าบุกรุกที่ดิน ให้จำเลยมายังสถานีตำรวจอำเภอหนองแค เพื่อให้ถ้อยคำแก้ข้อกล่าวหาของนายโท จำเลยทราบข้อความในหมายเรียกแล้ว บังอาจขัดขืนไม่ยอมเซ็นรับหมายเรียก และขัดขืนไม่ไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนดในหมายเรียก ศาลชั้นต้นลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๘ จำคุก ๒๐ วัน ลดรับกึ่ง จำคุก ๑๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ขอลดหย่อนผ่อนโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อนายโทไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกทีดิน ย่อมเห็นได้ชัดว่าจำเลยได้ตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒(๒) แล้ว ซึ่งในชั้นสอบสวน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔ บัญญัติว่า ผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดหรือจะไม่เต็มใจให้การเลยก็ได้ แสดงชัดว่าพนักงานสอบสวนจะบังคับให้ผู้ต้องหาให้ถ้อยคำใด ๆ ไม่ได้ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๓๕ ก็ บัญญัติห้ามมิให้พนักงานสอบสวนล่อลวงหรือขู่เข็ญผู้ต้องหาให้ให้การอีกด้วย เห็นได้ว่าหมายเรียกของพนักงานสอบสวนที่ให้ผู้ต้องหามาเพื่อให้การนั้น ไม่เข้าลักษณะเป็นคำบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๘ ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาขัดขืนไม่มาให้การตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๖๖(๓) ก็บัญญัติทางแก้ไว้ คือ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจออกหมายจับตัวมาได้ อันเป็นการลงโทษผู้ต้องหาที่ขัดขืนหมายเรียกอยู่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า เจตนารมย์ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๖๘ หาได้มุ่งหมายจะใช้บังคับกับผู้ต้องหาที่ขัดขืนไม่มาให้การต่อพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกดังโจทก์อ้างไม่ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1341/2509 อัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายหนู ไมมงคลหรือทิวาวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายหนู ไมมงคลหรือทิวาวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · ไฉน บุญยก · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายมณเฑียร ตู้จินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1554/2521ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 8272/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 4048/2528ฎีกา 11720/2555ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2724/2519ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา