⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1419/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 เป็นกฎหมายให้อำนาจพนักงานสอบสวนควบคุมผู้ต้องหาเพื่อทำการสอบสวนได้ 30 วัน การไม่ปฏิบัติตามระเบียบภายในของทางราชการก่อนการควบคุม ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 นั้น ถือเป็นกฎหมายให้อำนาจจำเลย(พนักงานสอบสวน)จะควบคุมโจทก์ไว้ทำการสอบสวนได้ 30 วัน การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย (ให้พิจารณามาร่วมกับนายอำเภอ) เสียก่อนควบคุมนั้นเป็นเรื่องภายในเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการเท่านั้น หาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใดไม่ ความประพฤติของโจทก์ที่จำเลยนำสืบก็เป็นพฤติการณ์ที่มีอยู่ก่อนโจทก์ถูกจับในข้อหาฐานพยายามฆ่าคนแล้วไม่ใช่จำเลยมาสร้างหลักฐานขึ้นภายหลัง การกระทำของจำเลยที่ควบคุมโจทก์ในฐานเป็นบุคคลอันธพาล จึงไม่เป็นผิดตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.87 ประมวลกฎหมายอาญา ม.157

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๓ นำเจ้าพนักงานจับโจทก์ โดยแกล้งกล่าวว่าพยายามฆ่าคน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้ให้จำเลยที่ ๒,๓,๔ ร่วมกันทำร้ายโจทก์ โจทก์จำยอมให้การว่า รับจ้างผู้อื่นยิงจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ เป็นพนักงานสอบสวน จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ มีหน้าที่สืบสวนสอบสวน โจทก์ได้รับความเสียหาย บาดเจ็บ จำเลยที่ ๑,๒ ควบคุมโจทก์ติดต่อกัน ๓๐ วัน โดยแกล้งกล่าวหาว่าเป็นบุคคลอันธพาล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗,๒๐๐,๒๙๕,๒๙๗,๓๙๑,๘๒,๘๔,๘๖,๑๓๗,๑๗๒,๓๐๙,๓๑๐ จำเลยที่ ๑,๒ ให้การว่า จับกุมโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าจำเลยที่ ๓ โจทก์ให้การรับสารภาพ จำเลยกระทำหน้าที่โดยชอบ จำเลยที่ ๓,๔ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ ผิดตามมาตรา ๓๑๐,๑๕๗ ลงบทหนักมาตรา ๑๕๗ จำคุก ๑ ปี รอการลงโทษ ๑ ปี นอกนั้นยืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีมีปัญหาว่า จำเลยที่ ๑ มีอำนาจควบคุมโจทก์ในฐานะบุคคลอันธพาล ๓๐ วันตามประกาศหัวหน้าคณะปฏิวัติได้โดยชอบหรือไม่เท่านั้น เห็นว่า ตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๑ และกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือที่ ๑๗๗๓๘/๒๕๐๑ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๐๑ วางหลักในการปฏิวัติไว้ว่า ในการจับกุมบุคคลผู้มีพฤติการณ์ตามประกาศนั้นเพื่อทำการสอบสวนในข้อหาใด ให้ปฏิบัติดังนี้ คือ ให้นายอำเภอกับผู้บังคับกองตำรวจหรือหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอ พิจารณาร่วมกันดำเนินการ ในกรณีที่มีความเห็นขัดแย้งกันระหว่างนายอำเภอกับผู้บังคับกองหรือหัวหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอ ให้เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งการ โจทก์นำสืบว่า โจทก์มีอาชีพทำสวน มีสวนทุเรียน ๑๐ ไร่ นา ๑๒ ไร่ ทำมาหากินอยู่กับนางอีดมารดาและน้อง ไม่เคยไปเที่ยวนอนค้างที่ไหน ไม่เคยมีความประพฤติเสียหาย จำเลยนำสืบว่า โจทก์มาเที่ยวบ้านพยานขอขนมกินบ้าง พักบ้าง ราษฎรพูดกันว่า โจทก์เล่นการพนัน มีอาวุธปืน ชอบไปเที่ยวบ้านนายห้องนางเขียวซึ่งมีลูกสาว เล่นไพ่ไทย ชวนชาวบ้านเล่นการพนัน พกปืน เอาปืนขู่ลูกสาวนางเขียวให้รักโจทก์ เรื่องอาวุธปืนโจทก์ถูกจับ ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่จำเลยที่ ๑ มีความเห็นว่า โจทก์ประพฤติตนเป็นบุคคลอันธพาลตามประกาศคณะปฏิวัติก็มีเหตุสมควรอยู่ เมื่อโจทก์ถูกจับในคดีอาญาฐานพยายามฆ่าคน จำเลยก็มีอำนาจที่จะควบคุมโจทก์เพื่อทำการสอบสวนความผิดคดีอาญาได้มีกำหนด ๓๐ วัน แม้จะมีกรณีให้สงสัยว่าจำเลยบันทึกเสนอเรื่องโจทก์เป็นบุคคลอันธพาลต่อนายอำเภอขึ้นหลังจากที่จับโจทก์มาควบคุมแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวข้างต้น คำสั่งของคณะปฎิวัตินั้นถือเป็นกฎหมายให้อำนาจจำเลยที่จะควบคุมโจทก์ไว้ทำการสอบสวนได้ ๓๐ วัน การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบเสียก่อนนั้นเป็นเรื่องภายในอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการเท่านั้น หาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใดไม่ ความประพฤติของโจทก์ที่จำเลยนำสืบนั้น ก็เป็นพฤติการณ์ที่มีอยู่ก่อนโจทก์ถูกจับในข้อหาพยายามฆ่าคนแล้ว ไม่ใช่จำเลยมาสร้างหลักฐานขึ้นภายหลัง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ควบคุมโจทก์ในฐานเป็นบุคคลอันธพาลเป็นการกระทำโดยตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้ ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1419/2509 นายชาม ตรีสิลา โจทก์ พันตำรวจตรีปกรณ์ นาคบุตร ที่ 1 สิบตำรวจเอกพิชัยหรือเซ่ง แซ่ตัน ที่ 2 นายสุนทรหรือไข่ บุญรักษ์ ที่ 3 นายสุทัศน์หรือห้วน บุญรักษ์ ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาม ตรีสิลา · 1 - พันตำรวจตรีปกรณ์ นาคบุตร ที่ · 2 - สิบตำรวจเอกพิชัยหรือเซ่ง แซ่ตัน ที่ · 3 - นายสุนทรหรือไข่ บุญรักษ์ ที่ · จำเลย - นายสุทัศน์หรือห้วน บุญรักษ์ ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายบัณฑิต พรหมบุญญา · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธุ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4789/2565ฎีกา 975/2531ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5973/2537ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 1491/2537ฎีกา 313/2526ฎีกา 198/2564ฎีกา 605/2511ฎีกา 2719/2528ฎีกา 660/2491ฎีกา 3215/2538ฎีกา 1680/2532ฎีกา 4076/2534ฎีกา 7281/2537ฎีกา 852/2538ฎีกา 4392/2531ฎีกา 3423/2548ฎีกา 1337/2538ฎีกา 326-327/2505ฎีกา 5138/2537ฎีกา 539/2536ฎีกา 13537/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา