⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1595/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สลักหลังเช็คต้องรับผิดต่อผู้ทรงในฐานะลูกหนี้ร่วมกับผู้สั่งจ่าย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ 3 เป็นผู้สลักหลัง เมื่อเช็คถึงกำหนดและโจทก์นำไปเข้าบัญชี แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้สลักหลังต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 967 จำเลยที่ 3 จึงมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 มิได้มีฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 700 และ 948 มาบังคับไม่ได้(อ้างฎีกาที่ 1034/2507)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.700 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.948 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ออกเช็คให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าก่อสร้างโดยจำเลยที่ ๓ เป็นผู้สลักหลังเช็คค้ำประกันผู้สั่งจ่าย โจทก์ได้นำเช็คไปเข้าบัญชีโจทก์ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คบางส่วน ที่ค้างไม่ชำระ โจทก์ทวงถามก็ไม่ชำระ จึงต้องขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๓ ให้การว่า เช็คที่จำเลยที่ ๑ ออกให้โจทก์เป็นเช็คปราศจากมูลหนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้สลักหลังเช็คไปโดยกลฉ้อฉลของโจทก์ โจทก์ปล่อยเวลาไล่เบี้ยให้ล่วงเลยมานานเกินสมควร และยอมผ่อนเวลาให้ผู้สั่งจ่ายโดยมิได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ ๓ ทราบ โจทก์จึงไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอากับจำเลยที่ ๓ ขอให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒ และ ๔ ร่วมกันรับผิดใช้เงิน ๔๗,๗๖๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ย ถ้าจำเลยที่ ๑-๒ และ ๔ ใช้เงินให้โจทก์ไม่ครบ ยังขาดอยู่อีกเท่าใด ก็ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดชดใช้ให้แก่โจทก์ในฐานะผู้สลักหลังเช็คหมาย จ.๒๒ ภายในวงเงินไม่เกิน ๒๗,๗๖๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เช็คที่จำเลยที่ ๓ สลักหลังเป็นเช็คมีมูลหนี้ การสลักหลังของจำเลยที่ ๓ มิใช่เกิดจากกลฉ้อฉล เมื่อเช็คถึงกำหนดและโจทก์ได้นำไปเข้าบัญชีแล้ว แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช่นนี้ ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้สลักหลังต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ จำเลยที่ ๓ จึงมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ มิได้มีฐานะเป็นผู้ค้ำประกัน จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๗๐๐ และ ๙๔๘ มาใช้บังคับกรณีนี้มิได้ ดังนัยฎีกาที่ ๑๐๓๔/๒๕๐๗ ส่วนฎีกาข้ออื่นจำเลยมิได้ยกประเด็นขึ้นว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1595/2509 นายเป็งคิม แซ่โล้ว โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหะโยธาก่อสร้าง ที่ 1 นายไพบูลย์ มหาวรลาภ ที่ 2 นายวิชัย องค์วาสิฎฐ์ ที่ 3 นายเฮงเว้ง แซ่ลี้ ที่ 4 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเป็งคิม แซ่โล้ว · 1 - ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหะโยธาก่อสร้าง ที่ · 2 - นายไพบูลย์ มหาวรลาภ ที่ · 3 - นายวิชัย องค์วาสิฎฐ์ ที่ · ล. - นายเฮงเว้ง แซ่ลี้ ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสุพรรณ อยู่เกษ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพ็ชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 312/2531ฎีกา 6054/2550ฎีกา 698/2537ฎีกา 6237/2538ฎีกา 2478/2517ฎีกา 815/2533ฎีกา 2752/2536ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 306/2473ฎีกา 1148/2473ฎีกา 77/2538ฎีกา 1853/2511ฎีกา 1286/2523ฎีกา 6192/2537ฎีกา 3023/2529ฎีกา 3176/2538ฎีกา 7948/2538ฎีกา 3855/2536ฎีกา 4975/2533ฎีกา 2888/2532ฎีกา 1697/2517ฎีกา 2879/2536ฎีกา 137/2474
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา