⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1604/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2509

ป.อาญา ม.83, 339, 357

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมาโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าทรัพย์สินนั้นได้มาโดยการกระทำความผิด เป็นความผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 2,3 เห็นการกระทำการชิงทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ใช้ปืนขู่ชิงรถจักรยานและไก่ 10 ตัว ของเจ้าทรัพย์ แล้วจำเลยที่ 2,3 ยังรับเอารถจักรยานและไก่ 10 ตัวเอาไปจำหน่ายขายให้แก่ชายแปลกหน้า แล้วนำเงินมาแบ่งระหว่างจำเลยด้วยกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยที่ 2,3 จึงมีความผิดฐานรับของโจร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.357 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ใช้ปืนสั้นเป็นอาวุธกระทำการชิงทรัพย์เอารถจักรยาน ๑ คัน กับไก่ ๑๐ ตัว รวมราคา ๔๘๕ บาท ของนายใจ วิญญาปา ไปโดยทุจริต ส่วนจำเลยที่ ๒, ๓ ได้บังอาจรับเอาทรัพย์นั้นนำเอาไปขายเอาเงินแบ่งกัน ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑, ที่ ๒, ที่ ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๕๗ และ ๘๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ โทษลดแล้วคงจำคุก ๔ ปี จำเลยที่ ๒, ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ลดโทษแล้วคงจำคุก ๒ ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ทำการชิงทรัพย์ของเจ้าทรัพย์จริง ส่วนจำเลยที่ ๒,๓ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอชี้ขาดว่าจำเลยได้กระทำผิดดังฟ้อง จึงพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒,๓ เสีย และให้จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๒,๓ เห็นการกระทำการชิงทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ ชิงรถจักรยานและไก่ ๑๐ ตัวจากเจ้าทรัพย์ แล้วจำเลยที่ ๒,๓ ยังรับเอารถจักรยานและไก่ ๑๐ ตัว เอาไปจำหน่ายและขายให้แก่ชายแปลกหน้า แล้วเอาเงินมาแบ่งระหว่างจำเลยด้วยกัน เช่นนี้ การกระทำของจำเลยที่ ๒,๓ จึงมีความผิดฐานรับของโจรดังโจทก์ฟ้อง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาล ศาลอุทธรณ์โดยให้บังคับคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒,๓ ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2509 อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายแก้ว ทิพย์มา ที่ 1 นายน้อย กันขัต ที่ 2 นายอินทร์ กันขัต ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · 1 - นายแก้ว ทิพย์มา ที่ · 2 - นายน้อย กันขัต ที่ · ล. - นายอินทร์ กันขัต ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายบำรุง ชมพูบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 213/2554ฎีกา 1270/2506ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 3578/2531ฎีกา 1368/2509ฎีกา 16867/2557ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 778/2519ฎีกา 2936/2543ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1/2567ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา