คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2509
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินซึ่งเจ้าของที่ดินมีแต่เพียงสิทธิครอบครอง (ส.ค.1) เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จัดการยึดแล้วที่ดินรายนี้ย่อมตกอยู่ในความยึดถือของเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาล ผู้ซื้อชำระราคาแล้ว ย่อมเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ยึดถือทรัพย์ที่ยึดนั้นต่อไป แต่เป็นที่เข้าใจว่าได้โอนความเป็นเจ้าของตลอดจนความยึดถือทรัพย์นั้นให้แก่ผู้ซื้อ ผู้ซื้อย่อมเป็นเจ้าของทรัพย์รายนี้ ส่วนการที่ศาลมีหนังสือถึงนายอำเภอท้องที่ ขอให้จัดการทำหนังสือสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อนั้น เป็นเพียงให้ทางอำเภอจัดการเกี่ยวกับหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอีกชั้นหนึ่ง.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๐๖ ถึง ๒๖ ธันวาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อตลอดมา จำเลยทั้ง ๒ ร่วมกับพวกอีก ๑ คน ลักกรีดเอาน้ำยางพารารับเบอร์จากต้นยางของนายอารี ทับเที่ยง เป็นจำนวน ๑๕๑๕ กิโลกรัม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธและจำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ กรีดยางในสวนของนางอิ่มลิ่มมารดาซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้เสียหาย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕ จำคุก ๖ เดือน ลดโทษ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๔ เดือน ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๒ หลงเข้าใจผิดโดยสุจริตว่าสวนที่จำเลยที่ ๒ กรีดยางไปตามฟ้องนี้เป็นของนางอิ่มมารดาของตน ทั้งปรากฏว่าเมื่อจำเลยกรีดยางไปนี้ นายอารีเจ้าทรัพย์ยังไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในสวนยางนี้ เพราะอำเภอเพิ่งทำนิติกรรมซื้อขายให้เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ยางที่โจทก์หาว่าจำเลยลักจึงไม่ใช่ของนายอารี พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ ด้วย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินรายนี้เป็นที่ซึ่งเจ้าของมีแต่เพียงสิทธิครอบครอง เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีได้จัดการยึดที่ดินรายนี้แล้ว ที่ดินรายนี้ย่อมตกอยู่ในความยึดถือของเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาลและผู้ซื้อได้ชำระราคาเสร็จสิ้นแล้วเช่นนี้ ย่อมเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ยึดถือทรัพย์ที่ยึดนั้นต่อไป แต่เป็นที่เข้าใจว่าได้โอนความเป็นเจ้าของตลอดจนความยึดถือทรัพย์นั้นให้แก่นายอารี ผู้ซื้อจากการขายทอดตลาด นายอารีย่อมเป็นเจ้าของทรัพย์รายนี้ ส่วนการที่ศาลมีหนังสือถึงนายอำเภอท้องที่ขอให้จัดการทำหนังสือสัญญาซื้อขายให้แก่นายอารีต่อไปนั้น เป็นเพียงให้นายอำเภอจัดการเกี่ยวกับหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอีกชั้นหนึ่งเท่านั้น มิใช่ว่าถ้ายังมิได้จัดการเกี่ยวกับหนังสือสำคัญที่ดินแล้ว นายอารีจะยังไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดิน ปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปมีว่า จำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่
สำหรับข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยกระทำไปโดยมีเจตนาทุจริต มีความผิดฐานลักทรัพย์
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2509
อัยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายแจ้ง เอี่ยมอักษร ที่ 1 นายเปรม เอี่ยมอักษร ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายแจ้ง เอี่ยมอักษร ที่ 1 นายเปรม เอี่ยมอักษร ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายมงคล วัลยะเพชร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลัม รุทระวณิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา