⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 231-232/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231-232/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การอ้างว่าหนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จำเลยต้องระบุเหตุแห่งความไม่สมบูรณ์นั้นด้วย * ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน * การใช้สิทธิโดยไม่สุจริตอาจทำให้ผู้ใช้สิทธิเสียสิทธิในการเรียกร้องได้

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของจำเลยที่ว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น จำเลยไม่มีประเด็นนำสืบเพราะมิได้ให้การว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยเหตุอย่างไร ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การค้ำประกันหนี้ในอนาคตนั้น แม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีข้อความว่า การถอนสัญญาค้ำประกันต้องได้รับหนังสือยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทโจทก์ก่อนก็ตาม แต่เมื่อผู้ค้ำประกันได้มีหนังสือบอกเลิกการค้ำประกันไปให้บริษัทโจทก์ทราบแล้ว แต่กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ก็ทิ้งเรื่องไว้ตั้ง 5 เดือน แล้วจึงเสนอประธานกรรมการบริษัทโจทก์ ระหว่างนั้นบริษัทโจทก์ก็ยังส่งข้าวสารไปยังลูกหนี้จนเกิดความเสียหายขึ้น แล้วจึงได้ให้ลูกหนี้ออกจากหน้าที่และแจ้งให้ผู้ค้ำประกันรับผิดในความเสียหาย เช่นนี้ถือว่า บริษัทโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทำให้ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิดในหนี้นั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.699

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนใช้เงินให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้จัดการบริษัทโจทก์สาขาเบตง แล้วยักยอกเงินค่าข้าวสารไปเป็นเงินในสำนวนแรก ๓๐,๐๐๐ บาท และในสำนวนหลัง ๕๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ทั้งสองสำนวนเป็นผู้ค้ำประกันหนี้รายนี้จึงขอให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในหนี้รายนี้ด้วย จำเลยที่ ๑ ทั้งสองสำนวนให้การว่า หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องมิใช่ฉบับที่แท้จริงและไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย จำเลยมิได้ยักยอกเงินดังกล่าว หากมีเงินขาดหายไปก็เพราะการค้าขาดทุน จำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรกให้การว่าไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยที่ ๑ มิได้ยักยอกเงินตามฟ้อง เป็นเรื่องค้าขายขาดทุน จำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังให้การว่า หนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์เพราะผู้มอบอำนาจไม่ได้อยู่ตามวันและสถานที่ซึ่งปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ และต่อสู้ว่าได้มีหนังสือขอถอนการค้ำประกันก่อนที่จะเกิดความเสียหาย ๑ เดือน แต่บริษัทโจทก์ยังขืนส่งข้าวสารให้จำเลยที่ ๑ จนเกิดการเสียหายขึ้น และบริษัทโจทก์ไม่แจ้งการถอนค้ำประกันของจำเลยต่อประธานกรรมการ จนเนิ่นนานไปถึง ๕ เดือน เป็นการทำการไม่สุจริตอย่างร้ายแรง เจตนากลั่นแกล้งให้จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีทั้งสองสำนวน จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑,๒ ในสำนวนแรกและจำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ ๑ ให้การว่าหนังสือมอบอำนาจไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น มิได้อ้างว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายด้วยเหตุอย่างไร จึงไม่มีประเด็นนำสืบ และปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องแม้มิได้กล่าวอ้างมาแต่ศาลชั้นต้น ก็กล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และได้วินิจฉัยเกี่ยวกับการค้ำประกันของจำเลยที่ ๒ ในสำนวนหลังว่าเป็นการค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับความเสียหายอันเกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินของบริษัทโจทก์ และจำเลยที่ ๒ ได้มีหนังสือถอนสัญญาค้ำประกันไปยังบริษัทโจทก์แล้วก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้น แม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีข้อความว่าการถอนสัญญาค้ำประกันจะต้องได้รับหนังสือยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทจังหวัดยะลาจำกัดก่อนก็ตาม แต่กรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ก็ทิ้งเรื่องไว้ตั้ง ๕ เดือน แล้วจึงเสนอประธานกรรมการบริษัทโจทก์ ระหว่างนั้นบริษัทโจทก์ก็ส่งข้าวสารไปยังสาขาเบตงจนเกิดเสียหายขึ้นแล้วจึงสั่งให้จำเลยที่ ๑ ออกจากหน้าที่ และแจ้งให้จำเลยที่ ๒ รับผิดในเงิน ๕๕,๐๐๐ บาท เช่นนี้ ถือได้ว่าบริษัทโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตทำให้จำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันได้รับความเสียหาย จำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันจึงไม่ต้องรับผิด เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ในสำนวนที่ ๒ นอกจากนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231 - 232/2509 บริษัทจังหวัดยะลา จำกัด โดยนายวิเชียร เกษราพงศ์ ในฐานะกรรมการและผู้ รับมอบอำนาจ โจทก์ นายสมบุญหรือสันต์ พงษ์ยโสธโรหรือบุรินทรโกษฐ์ ที่ 1 นายเชาว์ พงษ์ธนากร ที่ 2 จำเลย บริษัทจังหวัดยะลา จำกัด โดยนายวิเชียร เกษราพงศ์ ในฐานะกรรมการและผู้ รับมอบอำนาจ โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความในฐานะกรรมการและผู้ - บริษัทจังหวัดยะลา จำกัด โดยนายวิเชียร เกษราพงศ์ · โจทก์ - รับมอบอำนาจ · ที่ - นายสมบุญหรือสันต์ พงษ์ยโสธโรหรือบุรินทรโกษฐ์ ที่ 1 นายเชาว์ พงษ์ธนากร · จำเลย - 2 · ในฐานะกรรมการและผู้ - บริษัทจังหวัดยะลา จำกัด โดยนายวิเชียร เกษราพงศ์ · โจทก์ - รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเบตง - นายเนิ่น อนุโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี.
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3219/2534ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6321/2544ฎีกา 72/2505ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 156/2513ฎีกา 4484/2536ฎีกา 960/2485ฎีกา 3827/2542ฎีกา 497/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา