⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 317/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปิดกั้นทางน้ำสาธารณะจนทำให้น้ำไม่ไหลไปตามธรรมชาติ เป็นการกระทำที่กฎหมายไม่อนุญาตให้กระทำได้ และถือเป็นการละเมิดต่อผู้ที่ได้รับความเสียหาย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1339 เป็นเรื่องเจ้าของที่ดินที่สูงกว่ามีสิทธิกั้นเอาน้ำไว้ใช้เพียงจำเป็นแก่ที่ดินได้ ส่วนประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย์ มาตรา 1355 เป็นเรื่องเจ้าของที่ดินริมทางน้ำหรือมีทางน้ำผ่าน ไม่มีสิทธิที่จะชักเอาน้ำไว้เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควร ให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้น จำเลยทำคันดินให้สูงขึ้นเป็นทำนบปิดลำห้วยซึ่งเป็นทางน้ำสาธารณะตอนเหนือนาโจทก์ ปิดตาย ไม่ยอมให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติได้เลย เป็นเหตุให้ตอนใต้ทำนบน้ำแห้ง โจทก์ทำนาไม่ได้ การกระทำของจำเลยปรับเข้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1355 และเป็นการกระทำที่ถือไม่ได้ว่าเป็นการชักเอาน้ำไว้ การกระทำเช่นนี้จำเลยไม่มีสิทธิที่จะทำได้จึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1339 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1355

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๑๓ คน ได้ทำคันดินสูงขึ้นเป็นทำนบ และขุดเหมืองลึกเท่าท้องห้วย ระบายน้ำในห้วยไปสู่นาจำเลยซึ่งเป็นที่สูง จำเลยปิดทางน้ำสาธารณะตอนเหนือนาโจทก์ปิดตาย ไม่ยอมให้น้ำไหลไปตามลำห้วยตามธรรมชาติ การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาแก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนคันดินที่จำเลยทำขึ้น จำเลยที่ ๖,๗,๘,๑๑ และ ๑๒ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขุดทำนบ เฉพาะจำเลยที่ ๑,๒,๓,๔,๕,๙,๑๐ และ ๑๓ ให้การต่อไปว่า ทำนบที่จำเลยทำเป็นทำนบสาธารณะ จำเลยปิดกั้นเพื่อเอาน้ำไปทำนาเท่านั้น ค่าเสียหายโจทก์ฟ้องมากเกินควร ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีสิทธิกั้นทำนบเพื่อประโยชน์ขอบจำเลยเท่าที่จำเป็น มิได้ทำเกินความจำเป็นที่จะแกล้งโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๙ เจ้าของที่ดินที่สูงกว่ามีสิทธิกั้นเอาน้ำไว้ใช้เพียงจำเป็นแก่ที่ดินได้ ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๕๕ เป็นเรื่องเจ้าของที่ดินริมทางน้ำหรือมีทางน้ำผ่าน ไม่มีสิทธิที่จะชักเอาน้ำไว้เกินกว่าที่จำเป็นแก่ประโยชน์ของตนตามควร ให้เป็นเหตุเสื่อมเสียแก่ที่ดินแปลงอื่นซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า น้ำที่ไหลไม่ได้ไหลผ่านบนที่ดินของจำเลย แต่ไหลมาตามห้วยสาธารณะ ที่นาของจำเลยเป็นเพียงที่นาริมลำห้วยสาธารณะ จึงต้องปรบบทเข้าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๕๕ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ถือไม่ได้ว่าเป็นการชักเอาน้ำไว้ เพราะจำเลยปิดตายไม่ให้น้ำไหลผ่านไปยังที่นาโจทก์ซึ่งอยู่ตามทางน้ำนั้นได้ การกระทำเช่นนี้จำเลยไม่มีสิทธิที่จะทำได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการละเมิดต่อโจทก์ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ และให้จำเลยรื้อถอนทำนบที่ทำไว้ ให้ลำห้วยตอนนั้นคงสภาพเดิมด้วย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 317/2509 นายหัว อินทร์วิเศษ โจทก์ นายเหวียน คงทน กับพวกรวม 11 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหัว อินทร์วิเศษ · จำเลย - นายเหวียน คงทน กับพวกรวม 11 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายไพบูลย์ นิมิตรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวตร์ โรตนเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา