คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยและพวกที่ขึ้นไปหาผู้ตายพร้อมอาวุธปืนเพื่อทำร้าย ถือเป็นการก่อเหตุขึ้นก่อน ผู้ตายยิงปืนต่อสู้ป้องกันตน แม้จำเลยจะไม่ได้เป็นผู้ยิงถูกผู้ตาย แต่การร่วมกันกระทำผิดกับพวก ทำให้จำเลยต้องรับผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้ตาย
ย่อคำพิพากษา
ในเวลากลางคืน จำเลยกับพวกถือปืนขึ้นไปหาผู้ตายบนเรือนของ ส. เพื่อจะทำร้ายผู้ตายเพราะความโกรธเคืองผู้ตายไปเบิกความเป็นพยานในคดีจำเลยปล้นทรัพย์ จนศาลพิพากษาจำคุกจำเลยและจำเลยอาฆาตไว้ และขึ้นไปยืนคุมในลักษณะจะทำร้ายผู้ตาย ถือว่าจำเลยกับพวกเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน ผู้ตายใช้ปืนยิงต่อสู้ป้องกันตน เพราะจำเลยกับพวกใช้อาวุธปืนคนละกระบอกขู่ผู้ตาย แม้กระสุนปืนของผู้ตายจะลั่นออกไปก่อน จำเลยจะอ้างเหตุว่าจำเลยกระทำไปโดยป้องกันหาได้ไม่
แม้ผู้ตายถูกกระสุนปืนของพวกจำเลยยิง มิใช่กระสุนปืนที่จำเลยยิง ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นความผิดไปได้ เพราะจำเลยกับพวกร่วมขึ้นไปจะทำร้ายผู้ตาย เป็นการร่วมกันกระทำผิด จำเลยต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้ตาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งใช้อาวุธปืนลูกซองยาวแฝดกับปืนลูกซองสั้นยิงนายสว่างโดยมีเจตนาฆ่า นายสว่างถึงแก่ความตาย
ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๘๓,๙๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในคืนวันเกิดเหตุจำเลยกับพวกถืออาวุธปืนขึ้นไปหานายสว่างผู้ตายบนเรือนนายสุนทนเพื่อจะทำร้ายนายสว่างผู้ตาย เพราะความโกรธเคืองนายสว่างไปเบิกความเป็นพยานในคดีจำเลยปล้นทรัพย์จนศาลพิพากษาจำคุกจำเลย ๑๐ ปี และจำเลยอาฆาตไว้ เพราะจำเลยกับพวกไม่มีเหตุผลอะไรเลยจะไปบ้านนายสุนทรในคืนนั้น และขึ้นไปยืนคุมในลักษณะจะทำร้ายนายสว่างผู้ตาย ข้อที่จำเลยฎีกาว่าคำพูดของจำเลยที่ขอค้นตัวนายสว่างไม่เป็นการส่งถึงเจตนาร้ายของจำเลยอย่างไร นายสว่างมีอุปทานว่าจำเลยจะทำร้ายไปเองใช้ปืนยิงจำเลยก่อน ถ้าจำเลยตั้งในฆ่าก็ยิ่งก่อนขึ้นเรือนได้ ไม่มีเหตุผลฟังได้ เพราะจำเลยพูดจะขอค้นนายสว่างผู้ตาย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับพวกเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน นายสว่างผู้ตายจึงต้องใช้ปืนยิงต่อสู้ป้องกันตัวเพราะจำเลบกับพวกใช้อาวุธปืนคนละกระบอกขู่นายสว่างผู้ตายอยู่แล้ว แม้กระสุนปืนของนายสว่างผู้ตายจะลั่นออกไปก่อน จำเลยจะอ้างเหตุว่าจำเลยกระทำไปโดยป้องกัน ไม่มีความผิดหาได้ไม่ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่านายสว่างถูกกระสุนปืนของพวกจำเลย มิใช่ถูกกระสุนปืนที่จำเลยยิง ไม่เป็นเหตุให้จำเลยพ้นความผิดไปได้
เพราะจำเลยกับพวกร่วมขึ้นไปจะทำร้ายนายสว่างเป็นการร่วมกันกระทำผิดจำเลยต้องมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้ตาย พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2509
อัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์
นายบัวลันดา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายบัวลันดา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายสนิท อังศุสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา