คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมผูกพันคู่ความ และคู่ความจะฟ้องขอให้เพิกถอนเปลี่ยนแปลงคำพิพากษานั้นอีกไม่ได้.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันให้ที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลย และศาลได้พิพากษาไปตามยอมแล้ว คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 โจทก์จะมาฟ้องขอให้เพิกถอนเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้ เพราะแม้จะอุทธรณ์ฎีกาในคดีเดิมยังต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138
เมื่อที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยด้วยกันเกี่ยวกับที่ดินพิพาทได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า มารดาโจทก์ได้ยกที่ดินโฉนดที่ ๔๘๕ ให้โจทก์ครอบครอง แต่กลับโอนใส่ชื่อจำเลยที่ ๒-๓ ในโฉนด เพราะสำคัญผิด โจทก์ครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยที่ ๒-๓ ได้เอาที่ดินแปลงนี้ไปจำนองไว้กับจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริต ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้โดยการครอบครอง และให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒-๓ เสีย
จำเลยให้การว่าได้จำนองที่ดินโฉนดที่ ๔๘๕ โดยสุจริต โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ ๒-๓ เกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้พิพากษาตามยอมให้ที่ดินโฉนดที่ ๔๘๕ เป็นของจำเลยที่ ๒-๓ ปรากฏตามคดีแพ่งแดงที่ ๑๙๗/๒๕๐๓ และโจทก์เคยฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลได้พิพากษายกฟ้องอีก ปรากฏตามคดีแพ่งแดงที่ ๑๙๕/๒๕๐๕ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ พิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์และจำเลย ที่ ๒-๓ ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาลว่า ที่ดินโฉนดที่ ๔๘๕ เป็นของจำเลย ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดตามคดีแดงที่ ๑๙๗/๒๕๐๓ ของศาลจังหวัดลพบุรีแล้ว คำพิพากษานี้ย่อมผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ โจทก์จะมาฟ้องขอให้เพิกถอนเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้ เพราะแม้จะอุทธรณ์ฎีกาในคดีเดิมยังต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๘ เมื่อเป็นเช่นนี้โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๔๘๕ ไม่มีอำนาจฟ้องให้เพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒-๓
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 454/2509
นางใย โพธิ์เตี้ย ที่ 1 นายน้อย คุ้มแก้ว ที่ 2 โจทก์
นายชริก ชิตสุข ที่ 1 นายซ้อน แก้วงาม ที่ 2 นางประกอบ บุญภู่ ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางใย โพธิ์เตี้ย ที่ 1 นายน้อย คุ้มแก้ว ที่ 2 · จำเลย - นายชริก ชิตสุข ที่ 1 นายซ้อน แก้วงาม ที่ 2 นางประกอบ บุญภู่ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายวิญญาณ เลขะกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายปันโน สุขทรรศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา