⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 533/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ทำสัญญาจะซื้อขายทรัพย์สินกับอีกฝ่ายหนึ่งไว้ก่อน แล้วต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยกทรัพย์สินนั้นให้แก่บุคคลภายนอก ถือเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต และผู้ซื้อซึ่งได้ทำสัญญาไว้ก่อนย่อมมีสิทธิได้รับโอนทรัพย์สินนั้นดีกว่าบุคคลภายนอก

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1-2 ซึ่งเป็นสามีภริยากัน ยินยอมทำสัญญาขายที่พิพาทให้โจทก์ โดยโจทก์ได้วางมัดจำไว้แล้ว แต่ต่อมาจำเลยที่ 1-2 กลับทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาลยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 3 ถึง 5 บุตรของตนเสีย ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 1-2 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ และเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต โจทก์ซึ่งได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับจำเลยที่ 1-2 ไว้ก่อนที่จะได้มีการทำสัญญายอมความนั้น จึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับโอนที่พิพาทดีกว่าจำเลยที่ 3 ถึง 5

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และ ๒ เดิมเป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ ๑ โดยความยินยอมของจำเลยที่ ๒ ได้ขายที่พิพาทให้โจทก์ และโจทก์ได้วางมัดจำไว้แล้ว แต่ต่อมาจำเลยที่ ๑ และ ๒ ได้ตกลงหย่ากันและทำสัญญาประนีประนอมยอมความแบ่งที่พิพาทบางส่วนระหว่างกัน ส่วนที่พิพาทที่เหลือตกลงยกให้จำเลยที่ ๓, ๔, ๕ ซึ่งเป็นบุตร ศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้ศาลเพิกถอนการให้และบังคับให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การรับตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ถึง ๕ ต่อสู้ว่าไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ คำพิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้วย่อมมีผลผูกพันบุคคลภายนอกด้วย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อที่พิพาท จึงอยู่ในฐานะที่จะรับโอนและจดทะเบียนสิทธิที่พิพาทได้ก่อนผู้อื่น คำพิพากษาตามยอมไม่ผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกและมีสิทธิดีกว่า จึงพิพากษาให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ ถ้าโอนให้ไม่ได้ให้คืนมัดจำและชำระเบี้ยปรับ จำเลยที่ ๓ ถึง ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ถึง ๕ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑ และ ๒ ซึ่งเป็นสามีภริยาได้รู้เห็นยินยอมทำสัญญาขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ แต่แล้วจำเลยทั้งสองนี้กลับไปทำสัญญายอมความยกที่พิพาทให้แก่บุตรของตนเสีย ย่อมแสดงว่าไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ และเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต โจทก์ซึ่งได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินรายนี้กับจำเลยที่ ๑-๒ ไว้ก่อนที่จำเลยทั้งสองนี้จะทำสัญญายอมความยกที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ ๓ ถึง ๕ จึงอยู่ในฐานะที่จะได้รับโอนที่พิพาทดีกว่าจำเลยที่ ๓ ถึง ๕ จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2509 นายชำนาญ ชัยกุล โจทก์ นายอั้น เงามุข กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชำนาญ ชัยกุล · จำเลย - นายอั้น เงามุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายสง่า อำพันแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 3034/2526ฎีกา 181/2495ฎีกา 5692/2538ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 1739/1739ฎีกา 19883/2555ฎีกา 621/2519ฎีกา 2409/2551ฎีกา 886/2515ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1251/2500ฎีกา 912/2490ฎีกา 1649/2498ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา