⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 571/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินของหน่วยงานรัฐ แม้จะได้มาจากการบริจาค ก็ถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานนั้น และหน่วยงานนั้นมีอำนาจฟ้องผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

เงินกองกลางของกรมตำรวจอันเป็นเงินที่ได้มาจากการบริจาคของข้าราชการกรมตำรวจและประการอื่นนั้น แม้มิใช่เงินงบประมาณแผ่นดิน ก็นับว่าเป็นทรัพย์สินของกรมตำรวจ เมื่อมีผู้ทำละเมิดเอาเงินกองกลางไป กรมตำรวจจึงมีอำนาจฟ้องผู้ทำละเมิดได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.73 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.432

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าพันตำรวจตรีชุบ ชาญกล ได้ยักยอกเงินกองกลางอันเป็นเงินทางราชการของกรมตำรวจไป ๓๗๑,๘๒๔.๑๓ บาท พันตำรวจตรีชุบตายไปแล้ว จำเลยที่ ๑ เป็นภริยา จำเลยที่ ๒ ถึง ๖ เป็นบุตรเป็นทายาทผู้รับมรดก จึงต้องรับผิด ขอให้จำเลยทั้ง ๖ คนใช้เงินจำนวนนี้ จำเลยที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ - ๓ ต่อสู้ว่ามิใช่บุตรของพันตำรวจตรีชุบ จำเลยอื่นรับว่าเป็นทายาทตามฟ้องแต่ต่อสู้ว่าพันตำรวจตรีชุบมิได้ยักยอกเงินตามฟ้อง หากต้องรับผิดจำเลยร่วมต้องรับผิดด้วย จึงขอให้เรียกจำเลยร่วม ๔ คนเข้ามาเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย จำเลยร่วมให้การปฏิเสธความรับผิด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑, ๔, ๕ และ ๖ ใช้เงิน ๓๑๑,๘๒๔.๑๓ บาทให้โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ - ๓ และจำเลยร่วมทั้ง ๔ โจทก์และจำเลยที่ ๑, ๔ และ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะยอดเงินที่จำเลยที่ ๑, ๔, ๕ ต้องรับผิดโดยให้โจทก์ชนะคดีเต็มตามฟ้อง จำเลยที่ ๑, ๔ และ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ และเห็นว่าจำเลยร่วมทุกคนมิได้ร่วมกับพันตำรวจตรีชุบทำละเมิดเอาเงินตามฟ้องไป จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในเงินจำนวนนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๓๒ กับวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้เงินกองกลางรายนี้มิใช่เงินงบประมาณแผ่นดิน แต่ก็เป็นเงินที่กรมตำรวจได้มาจากการบริจาคของข้าราชการกรมตำรวจและประการอื่น นับว่าเป็นทรัพย์สินของกรมตำรวจ เมื่อพันตำรวจตรีชุบทำละเมิดเอาเงินกองกลางรายนี้ไป กรมตำรวจซึ่งเป็นนิติบุคคลก็มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2509 กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกไสว ไสวแสนยากร อธิบดี โจทก์ นางอุไรลักษณ์ ชาญกล ที่ 1 นางสาวอรุณลักษณ์ ชาญกล ที่ 2 นางสาวสมาน ลักษณ์ ชาญกล ที่ 3 นางสาวนิ่มนวล ชาญกล ที่ 4 นายอร่าม ชาญกล ที่ 5 นาย ชนะ ชาญกล ที่ 6 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมตำรวจ โดยพลตำรวจเอกไสว ไสวแสนยากร อธิบดี · นางสาวสมาน - นางอุไรลักษณ์ ชาญกล ที่ 1 นางสาวอรุณลักษณ์ ชาญกล ที่ 2 · นาย - ลักษณ์ ชาญกล ที่ 3 นางสาวนิ่มนวล ชาญกล ที่ 4 นายอร่าม ชาญกล ที่ 5 · จำเลย - ชนะ ชาญกล ที่ 6
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 988/2485ฎีกา 4976/2536ฎีกา 609/2526ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 602/2488ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา