คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- แม้โจทก์จะไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท แต่หากโจทก์มีอำนาจหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ที่ไม่มีสิทธิในที่ดินนั้นได้ หากสิทธิของโจทก์ถูกโต้แย้ง.
- การที่ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่นอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ถือเป็นการพิพากษาเกินกว่าคำขอ.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุแปลงหนึ่ง จำเลยปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินแปลงนี้บางส่วน โดยเช่าจากผู้แทนโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านไม่ใช่ของโจทก์ อยู่นอกเขตที่ดินราชพัสดุของโจทก์ จำเลยไม่ได้เช่าจากโจทก์ ประเด็นที่จะต้องพิจารณา คือ ที่พิพาทเป็นที่ดินของโจทก์หรือไม่ การที่ศาลวินิจฉัยว่า ถึงแม้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่านอกเขตที่ดินราชพัสดุ โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง เพราะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงเป็นการพิพากษาคดีเกินหรือนอกไปจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
แม้จำเลยจะไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาท ผู้ที่จะฟ้องขับไล่ได้ก็ต้องมีสิทธิหรือมีอำนาจหน้าที่ในที่ดินนั้น และถูกโต้แย้งสิทธิ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุ สังกัดกรมราชทัณฑ์ แผนกราชทัณฑ์ จังหวัดนราธิวาส จำเลยได้เช่าที่ดินของโจทก์แปลงนี้บางส่วนจากผู้แทนโจทก์ ต่อมากรมราชทัณฑ์ประสงค์จะใช้ที่ดินแปลงนี้จึงแจ้งให้จำเลยออกจากที่เช่า แต่จำเลยขัดขืนไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่าที่ราชพัสดุมีอาณาเขตไม่ถึงที่พิพาท จำเลยไม่เคยเช่าที่พิพาทต่อตัวแทนของโจทก์ ที่พิพาทเป็นที่ที่จำเลยใช้สิทธิครอบครองมาโดยความสงบ และเปิดเผยเป็นเวลาประมาณ ๒๐ ปีแล้ว จำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ในวันชี้สองสถานจำเลยรับว่าที่พิพาทก่อนจำเลยเข้าครอบครองเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า จำเลยมิได้แจ้งการครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดิน โจทก์แถลงว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่ทางราชการสงวนไว้เพื่อใช้ประโยชน์ทางราชการ และได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นที่ราชพัสดุ ฯลฯ
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ จำเลย แล้วพิพากษาว่า จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท เพราะที่พิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จะยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินไม่ได้ โจทก์มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดิน เมื่อผู้แทนโจทก์ให้จำเลยออกไปจากที่ดิน จำเลยไม่ออก จึงเป็นการละเมิด ทำให้โจทก์เสียหาย ต้องใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยนี้จะเป็นที่ดินที่ทางราชการสงวนไว้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุไว้จริงหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง และต่อสู้ว่าที่พิพาทอยู่นอกเขตที่ดินโจทก์ โจทก์จะต้องสืบให้สมก่อนว่าที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ราชพัสดุแปลงที่โจทก์ฟ้อง เมื่อนั้นแหละโจทก์จึงจะมีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จะด่วนวินิจฉัยว่าจำเลยครอบครองมาช้านานก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์หาได้ไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินราชพัสดุ จำเลยปลูกบ้านเรือนอยู่ในที่ดินแปลงนี้บางส่วน โดยเช่าจากผู้แทนโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินที่จำเลยปลูกบ้านไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ อยู่นอกเขตที่ดินราชพัสดุของโจทก์ จำเลยไม่ได้เช่าจากโจทก์ ก็ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องที่โจทก์ฟ้อง คือ เป็นที่ดินของโจทก์หรือไม่ จะไปวินิจฉัยว่าถึงแม้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่านอกเขตที่ดินราชพัสดุ โจทก์ก็มีอำนาจฟ้อง เพราะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของแผ่นดินหาได้ไม่ เป็นการพิพากษาคดีเกินไปหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง แม้จำเลยจะไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาท ผู้ที่จะฟ้องขับไล่ได้ก็ต้องมีสิทธิหรือมีอำนาจหน้าที่ในที่ดินนั้น และถูกโต้แย้งสิทธิ
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2509
กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นางสงวนหรือตุ๊ กลอยสวาสดิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง - กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ · จำเลย - นางสงวนหรือตุ๊ กลอยสวาสดิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนราธิวาส - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา