⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 728/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดอันยอมความได้ ศาลจะสั่งระงับคดีและไม่ต้องวินิจฉัยฎีกาในข้อเท็จจริงอีกต่อไป * การนำหลักเขตที่ดินของผู้อื่นไปปักในที่ดินของตนเอง โดยหลักเขตนั้นมีข้อความจริงอยู่แล้ว ไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลย เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งว่าความผิดของจำเลยเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 หรือไม่ เมื่อหลักเขตที่ดินของทางราชการไม่ใช่หลักเขตปลอม ข้อความที่ปรากฏในหลักเขตเช่นตัวเลข จึงเป็นของแท้ แม้จำเลยจะเอาหลักเขตซึ่งเป็นหลักเขตที่ดินโฉนดที่ 8993 ของจำเลยไปปักลงในที่ดินโฉนดที่ 8996 ของผู้มีชื่อคนหนึ่ง หลักเขตที่มีหมายเลขดังกล่าวก็คงเป็นหลักเขตซึ่งมีตัวเลขที่แท้จริง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันปลอมหลักเขตที่ดินหมายเลขที่ ๐๗๖๐๒๗ และ ๑๗๖๐๙๓ อันเป็นเอกสารราชการ หลักเขตโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๙๙๓ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ถือกรรมสิทธิ์ว่าเป็นหลักเขตที่ดินโฉนดที่ ๘๙๙๖ ซึ่งเป็นของพันเอกสนธิ์ เลื่อนฉวี แล้วจำเลยร่วมกันนำหลักเขตที่ดินดังกล่าวไปปักไว้ในที่ดินโฉนดที่ ๘๙๙๖ ให้นางสาวดุษฎี ตุงคะมณี หลงเชื่อว่าเป็นที่ดินของจำเลยที่ ๑ เป็นการทำให้นางสาวดุษฎี กรมที่ดินและประชาชนเสียหาย แล้วจำเลยได้ร่วมกันหลอกลวงนางสาวดุษฎีด้วยกล่าวเท็จว่าที่ดินในซอยอ่อนนุชเป็นของจำเลยที่ ๑ จะขายฝากนางสาวดุษฎี จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ พานางสาวดุษฎีไปดูที่อีก จำเลยที่ ๑ ได้แสดงแผนที่ซึ่งแสดงหลักเขตที่ดินหลังโฉนดที่ดินของกรมที่ดินหมายเลข ๐๗๖๐๒๗ และ ๐๗๖๐๙๓ นางสาวดุษฎีกับพวกพบหลักเขตหมายเลขทั้งสองปักอยู่ในที่ดิน แต่เป็นความเท็จ ความจริงที่ดินนั้นเป็นของพันเอกสนธิ์ และจำเลยเอาหลักเขตปลอมไปปักไว้ นางสาวดุษฎีเชื่อจึงรับซื้อฝากจากจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๔๑, ๘๓ กับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๘๖,๘๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างสืบพยานโจทก์ นางสาวดุษฎีร้องต่อศาลขอถอนคำร้องทุกข์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีสำหรับข้อหาฐานฉ้อโกงสำหรับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ แต่ฟังว่าจำเลยร่วมกันลวงเอาที่ดินซึ่งไม่ใช่ของจำเลยที่ ๑ ว่าเป็นของจำเลยที่ ๑ ขายให้แก่ผู้เสียหาย พิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ และ ๓ คนละ ๒ ปี จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมิได้ปลอมหรือใช้เอกสารปลอม พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ให้จำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยทั้งสามให้ยกเสีย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารปลอม จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ปรากฏว่าขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๑ ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ความผิดของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ เป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๒) จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๑ ในข้อที่ว่าจำเลยที่ ๑ ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๑ ประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ ปัญหาต้องวินิจฉัยมีแต่เฉพาะฎีกาโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่ ศาลฎีกาฟังว่า หลักเขตที่ดินที่ปักอยู่ในที่ดินซอยอ่อนนุชในวันผู้เสียหายไปตรวจสอบเป็นหลักเขตที่ดินของทางราชการ ไม่ใช่หลักเขตที่ปลอม ข้อความที่ปรากฏในหลักเขตเช่น ตัวเลข ๐๗๖๐๒๗ และ ๐๗๖๐๙๓ จึงเป็นของแท้ แม้จำเลยจะเอาหลักเขตดังกล่าวซึ่งเป็นหลักเขตที่ดินโฉนดที่ ๘๙๙๓ ของจำเลยที่ ๑ ไปปักในที่ดินโฉนดเลขที่ ๘๙๙๖ ของพันเอกสนธิ์ เลื่อนฉวี หลักเขตหมายเลข ๐๗๖๐๒๗ และ ๐๗๖๐๙๓ ก็คงเป็นหลักเขตซึ่งมีตัวเลขที่แท้จริง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม เพราะจำเลยมิได้ปลอมหรือใช้เอกสารปลอมแต่อย่างใด เพียงแต่จำเลยเอาหลักเขตดังกล่าวซึ่งไม่ใช่หลักเขตของที่ดินโฉนดที่ ๘๙๙๖ มาปักลงในที่ดินโฉนดที่ ๘๙๙๖ จะถือว่าหลักเขตนั้นปลอมและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมไม่ได้ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานใช้เอกสารปลอม ให้ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 728/2509 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางฟู จรกา กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางฟู จรกา กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเพ็ญ ญาณประสาท · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 1656/2512ฎีกา 915/2566ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4046/2536ฎีกา 1124/2496ฎีกา 6196/2534ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 1499/2531ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5138/2537ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา