⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 819/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่สัญญาต่างปล่อยปละละเลยให้เลยกำหนดเวลาที่ต้องไปทำนิติกรรมตามสัญญาโดยไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดก่อน จะถือว่ายังไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญาและยังไม่มีอำนาจฟ้องร้อง.

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์จำเลยยังมิได้ไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินต่อกันตามสัญญา ต่างปล่อยปละละเลยเรื่อยมาจนถึงวันฟ้องเพราะโจทก์กับจำเลยยังมิได้กำหนดวันไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินรายนี้แก่กัน จะถือว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ผิดนัดผิดสัญญายังไม่ได้ เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดผิดนัดผิดสัญญา อำนาจฟ้องร้องจึงยังไม่เกิดขึ้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามทำหนังสือจะขายที่ดินของจำเลยทั้งสามให้แก่โจทก์ราคา ๒๕,๐๐๐ บาท จำเลยรับเงินมัดจำจากโจทก์ไปแล้ว เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท จำเลยจะจัดการโอนที่ดินให้แก่โจทก์ในวันที่เจ้าหน้าที่แผนกที่ดินอำเภอกำหนดให้ และสัญญาว่าถ้าจำเลยไม่ไปทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนขายให้แก่โจทก์ จำเลยยอมใช้ค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาท เมื่อรังวัดที่ดินแล้วจำเลยไม่ยอมไปดำเนินการประกาศโฆษณาและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ เป็นการผิดสัญญา ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยคืนเงินมัดจำกับใช้ค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าที่ดินตามฟ้องมีชื่อจำเลยทั้งสามและนางพรมภริยาจำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าของรวมกัน นางพรมตายไปก่อนทำหนังสือสัญญา โจทก์จำเลยตกลงกันด้วยวาจาให้นายเผ่าจำเลยยื่นขอประกาศรับมรดกเฉพาะส่วนของนางพรม ระหว่างประกาศรับมรดก พนักงานที่ดินพร้อมด้วยจำเลยและภริยาโจทก์ได้ไปทำการรังวัดที่ดินแปลงนี้ ครบกำหนดตามที่เจ้าหน้าที่ประกาศ จำเลยทั้งหมดไป ณ สำนักงานที่ดินอำเภอ แต่โจทก์ไม่ไป โจทก์บอกว่าไม่ซื้อที่ดินจำเลย จำเลยเห็นว่าโจทก์ผิดสัญญาจึงริบมัดจำ สำหรับจำเลยที่ ๓ โจทก์แถลงว่าหายสาปสูญ ไม่มีความประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยที่ ๓ ต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ และฟังว่าจำเลยผิดสัญญาพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คืนเงินมัดจำ ๔,๐๐๐ บาท และใช้ค่าเสียหายหรือค่าปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์จำเลยได้เจตนาเลิกสัญญากันหรือไม่เจตนาจะให้ผูกพันตามสัญญาที่ทำต่อกันแล้ว จะถือว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญาย่อมไม่ได้ พิพากษาแก้เฉพาะข้อที่ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายหรือค่าปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มีความประสงค์จะซื้อที่ดินรายนี้อยู่ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์และจำเลยยังมิได้ไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินรายนี้ต่อกันตามสัญญา ต่างปล่อยปละละเลยเรื่อยมาจนถึงวันฟ้อง เพราะโจทก์มิได้กำหนดวันไปทำนิติกรรมโอนขายที่ดินรายนี้แก่กัน จะถือว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ผิดนัดผิดสัญญายังไม่ได้ เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดผิดนัดผิดสัญญา อำนาจการฟ้องร้องจึงยังไม่เกิดขึ้น. พิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2509 ร้อยตำรวจเอกหม่อมหลวงชิต กุญชร โจทก์ นายเขียน มัณฑะรัตน์ ที่ 1 นางแป้น มัณฑะรัตน์ ที่ 2 นายเผ่า ลาภอินทรีย์ ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตำรวจเอกหม่อมหลวงชิต กุญชร · 3 - นายเขียน มัณฑะรัตน์ ที่ 1 นางแป้น มัณฑะรัตน์ ที่ 2 นายเผ่า ลาภอินทรีย์ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน เกษคุปต์ · ยง เหลืองรังษี · ศริ มลิลา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายแวว ยอดพยุง · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1649/2498ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา