คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056-1065/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความสัญญาประนีประนอมยอมความ ต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีที่ต้องการให้เป็นไปตามข้อตกลง แม้จะไม่ได้ระบุไว้ชัดแจ้งในตัวอักษรก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
การตีความแสดงเจตนาต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร
โจทย์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยให้การต่อสู้แต่ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมรับว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์ โจทก์ยอมให้จำเลยได้ทำสัญญาเช่าต่อไปอีกโดยกำหนดเวลาเช่าหนึ่งปีหกเดือน เริ่มนับเวลาเช่าตั้งแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ดังนี้ แสดงว่าโจทก์เพียงแต่ผ่อนผันให้จำเลยได้มีโอกาสอยู่ต่อไปอีกเพียง 1 ปี 6 เดิอนเท่านั้น แม้สัญญาประนีประนอมจะมิได้เขียนไว้โดยแจ้งชัดว่าพ้นกำหนด 1 ปี 6 เดือนแล้วจะต้องออกจากที่ดิน ก็ต้องแปลเจตนาของคู่กรณีไปเช่นนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากที่พิพาท
จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินที่โจทย์ฟ้องไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง
ต่อมาคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลยยอมรับว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์ โจทก์ยอมให้จำเลยทำสัญญาเช่าที่นั้นต่อไปอีก โดยกำหนดเวลาเช่า ๑ ปี ๖ เดือน เริ่มนับเวลาเช่าตั้งแต่วันทำสัญญาเช่าเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม
ครั้นล่วงเลย ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาท โจทก์จึงร้องขอให้ศาลบังคับ จำเลยแถลงคัดค้านว่าสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ตกลงว่าเมื่อครบกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน แล้วจำเลยจะต้องออกจากที่พิพาท
ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามสัญญายอมไม่มีข้อความว่าเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน แล้วจะทำอย่างไรต่อไป บังคับไม่ได้ ให้ยกคำร้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหมดแต่เริ่มต้นนั้นก็โดยเจตนาที่จะขับไล่จำเลยทุกคนออกไปให้พ้นที่โจทก์ แต่การมิได้เป็นไปสมเจตนา ก็เพราะได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเสียก่อน ดังปรากฏตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลชั้นต้นได้ทำไว้เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๐๗ สัญญายอมความนี้จึงแสดงว่าโจทก์เพียงแต่ผ่อนผันให้จำเลยได้มีโอกาสอยู่ต่อไปเพียงชั่ว ๑ ปี ๖ เดือนเท่านั้น แม้จะมิได้เขียนไว้โดยแจ้งชัดว่าพ้นกำหนด ๑ ปี ๖ เดือนจะต้องออกทันที ก็น่าจะแปลเจตนาของคู่กรณีไปในรูปนี้ จึงจะชอบด้วยหลักที่ว่าการตีความแสดงเจตนานั้นต้องเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษร
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056 - 1065/2510
วัดไทรใต้ โดยนายเลี้ยง ไขแสง ผู้รับมอบฉันทะจากพระครูนิเทศ ธรรมวิศิษฐ์
นางปิ๋ว คมขำ กับพวกรวม 11 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ธรรมวิศิษฐ์ - วัดไทรใต้ โดยนายเลี้ยง ไขแสง ผู้รับมอบฉันทะจากพระครูนิเทศ · จำเลย - นางปิ๋ว คมขำ กับพวกรวม 11 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิกรม เมาลานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา