คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างย่อมต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ว่านายจ้างจะไม่ได้สั่งการหรือรู้เห็นในการกระทำนั้นก็ตาม หากนายจ้างยอมรับหรือรับรองการกระทำของลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
แม้ความจริงจะเป็นดังที่จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่านายประสิทธิ์ลูกจ้างเป็นผู้จ้างจำเลยที่ 1 ให้ขับรถมาส่งกระเบื้องของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นไปตามทางการที่จ้าง แต่จำเลยที่ 2 ก็มิได้ปฏิเสธการกระทำของนายประสิทธิ์กลับยอมรับที่จะใช้ค่าเสียหายให้ต่อคนของโจทก์และตำรวจดุจเป็นการกระทำของลูกจ้างเอง จำเลยที่ 2 จึงปฏิเสธความรับผิดไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถสามล้อเครื่องของโจทก์ที่ ๑ เสียหาย โจทก์ที่ ๒ ผู้ขับขี่และโจทก์ที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๙,๒๐๐ บาทกับดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ให้การว่าขับรถชนรถโจทก์จริง และโต้แย้งเรื่องค่าเสียหาย ฯลฯ
จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ คือนายประสิทธิ์ นายประสิทธิ์วานให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับแทน ฯลฯ
ศาลชั้นต้นเห็นว่าการที่นายประสิทธิ์ลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ จ้างวานให้จำเลยที่ ๑ ขับรถ เป็นการจ้างวานจำเลยให้ทำหน้าที่ของนายประสิทธิ์ ซึ่งมีหน้าที่ต้องขับรถของจำเลยที่ ๒ เป็นการกระทำในทางการที่จ้าง จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๕ พิพากษาให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ๙,๒๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในเงิน ๓,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๘,๘๕๐ บาท
จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าทีจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดเพราะจำเลยที่ ๑ มิใช่เป็นลูกจ้างนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าแม้ความจริงจะเป็นดังที่จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่านายประสิทธิ์ลูกจ้างเป็นผู้จ้างจำเลยที่ ๑ ให้ขับรถมาส่งกระเบื้องของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นไปตามทางการที่จ้าง แต่จำเลยที่ ๒ ก็มิได้ปฏิเสธการกระทำของนายประสิทธิ์ กลับยอมรับที่จะใช้ค่าเสียหายให้ต่อคนของโจทก์และตำรวจดุจเป็นการกระทำของลูกจ้างเอง จำเลยที่ ๒ จึงปฏิเสธความผิดไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2510
บริษัทจเร จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 3 คน โจทก์
นายสำราญ อินทรโชติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทจเร จำกัด ที่ 1 กับพวก รวม 3 คน · จำเลย - นายสำราญ อินทรโชติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · จำรูญ โชติรัต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสนา เกิดลาภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา