คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกระทำการอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ แม้โจทก์จะมีส่วนในการก่อให้เกิดความเสียหายด้วยก็ตาม จำเลยก็ยังคงต้องรับผิดต่อโจทก์ในผลแห่งการละเมิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยยอมให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะปิดเปิดทำนบในเมื่อต้องการหรือไม่ต้องการน้ำ ต่อมาโจทก์เปิดทำนบ จำเลยไปปิดทำให้น้ำท่วมต้นข้าวโจทก์เสียหาย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยจะสู้ว่าโจทก์ไม่เปิดทำนบเอง โจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า มีผู้ไปปิดกั้นทำนบ ทำให้น้ำท่วมนาโจทก์เสียหาย โจทก์ได้ฟ้องศาลขอให้ใช้ค่าเสียหายและให้รื้อทำนบที่ปิดกั้นให้อยู่ในสภาพเดิม โจทก์จำเลยในคดีนั้นได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาล โดยจำเลยยอมให้โจทก์จัดการเปิดทำนบที่กั้นไว้ การปิดหรือเปิดทำนบ จำเลยยอมให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ในเมื่อต้องการหรือไม่ต้องการน้ำ
ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้เรียกประชุมลูกบ้าน และสั่งให้จำเลยที่ ๒ นำราษฎรไปทำการปิดทำนบรวมทั้งจำเลยที่ ๓ ถึงจำเลยที่ ๑๔ ด้วย เป็นเหตุให้น้ำท่วมต้นข้าวโจทก์เสียหาย โจทก์ได้ร้องขอให้เรียกตัวจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มาบังคับตามยอม ซึ่งจำเลยรับว่าจะเปิดทำนบ แต่ถึงวันนั้นโจทก์ก็ได้รับความเสียหายแล้ว โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยทั้ง ๑๔ คนให้การว่า การเปิดปิดทำนบเป็นหน้าที่ของโจทก์เอง จำเลยไม่ต้องรับผิด โจทก์ไม่ได้เสียหายตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ได้ให้จำเลยที่ ๒ และ ๓ กับราษฎรไปปิดทำนบจริง จำเลยนอกนั้นคดียังไม่พอฟังว่าได้ร่วมไปปิดด้วย แต่โจทก์ยอมให้น้ำท่วมต้นข้าวโดยโจทก์ไม่จัดการเปิดทำนบให้น้ำไหลไปตามสิทธิที่โจทก์มีอยู่ ถือว่าโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นยิ่งกว่าจำเลย ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๓ เป็นผู้ปิดทำนบ โจทก์ไปเปิด จำเลยก็ปิดเสียอีก พฤติการณ์ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ละเลยหรือเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นเองพิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๖๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น
จำเลยที่ ๑, ๒ และ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์เปิดทำนบ จำเลยไปปิดเสีย การที่จำเลยไปปิดเสียเช่นนั้น ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยเป็นฝ่ายที่ละเมิด ต้องรับผิดต่อโจทก์ แล้วจะว่าโจทก์ได้มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหาได้ไม่ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๓ จำเลยจึงไม่พ้นความรับผิดที่จะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2510
นายซา รัตนนท์ โจทก์
นายจัน จินดามณี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายซา รัตนนท์ · จำเลย - นายจัน จินดามณี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายแก้ว ปริญญานุสรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา