⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1249/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ส่อแสดงถึงการฉวยโอกาสและไม่สุจริต เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น ย่อมเป็นโมฆะและศาลมีอำนาจเพิกถอนนิติกรรมที่เกิดจากการกระทำดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ครอบครองที่นาพิพาท 30 - 40 ปี อยู่ตำบลหนึ่ง จำเลยที่ 1, 2 อยู่อีกตำบลหนึ่งไม่เคยมาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทเลย โจทก์จำเลยที่ 1 ไปแจ้งว่าโฉนดที่พิพาทหายไป ขอใบแทน แล้วจำเลยที่ 1 รีบไปรับเอาใบแทนไปเสียก่อน แล้วจำเลยที่ 1,2 ทำรับมรดกและทำจำนองไม่เคยขอดูหลักฐานหนังสือสำคัญว่าที่ที่รับจำนองมีเนื้อที่เท่าใดมีชื่อใครเป็นเจ้าของผู้ครอบครองอยู่ และมิได้ตรวจดูสภาพของที่ที่รับจำนองก่อนว่าจะคุ้มกับจำนวนเงินหรือไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1,2 เพื่อให้ได้มาซึ่งใบแทนโฉนด โอนรับมรดกเป็นไปในลักษณะช่วงชิงฉวยโอกาส และทำจำนองในวันเดียวกัน โดยพฤติการณ์และเหตุผลส่อแสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสามได้รู้เห็นร่วมกันมาตลอดเรื่อง อันเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทได้รับความเสียหาย ชอบที่ศาลจะเพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยทั้งสามเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครอง โดยไม่ทราบว่าโฉนดที่ดินสูญหายไปเมื่อใด ปรากฏว่าที่พิพาทมีชื่อมารดาโจทก์จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โจทก์และจำเลยได้ไปแจ้งขอใบแทนโฉนด และจำเลยที่ ๑ ตกลงจะโอนโฉนดให้โจทก์ แต่แล้วจำเลยที่ ๑ และ ๒ กลับไปขอรับโอนมรดกและทำจำนองให้แก่จำเลยที่ ๓ ในวันเดียวกันนั้น เป็นการกระทำไม่สุจริตทำให้โจทก์ทั้ง ๒ ซึ่งอยู่ในฐานะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนเสียเปรียบ ขอให้ศาลเพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทน และสั่งเพิกถอนการจำนองระหว่างจำเลยทั้งสาม จำเลยที่ ๑,๒ ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลย แต่เมื่อจำเลยไปขอรับเงินค่าที่ดิน โจทก์บิดพลิ้วจะโกงเอาที่พิพาท จำเลยที่ ๑,๒ มีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงจำนองที่พิพาทกับจำเลยที่ ๓ และได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ให้การว่า ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑,๒ จำเลยที่ ๓ รับจำนองไว้โดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า รูปคดีเชื่อตามที่จำเลยนำสืบในฐานะที่จำเลยเป็นเจ้าของโฉนด จำเลยจึงได้รับข้อสันนิษฐานจากกฎหมายดีกว่าโจทก์ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองที่พิพาทมาเป็นเวลา ๓๐-๔๐ ปี โดยจำเลยไม่เคยเกี่ยวข้อง โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ โจทก์จำเลยที่ ๑ ไปแจ้งเรื่องโฉนดหายและกำหนดที่จะรับใบแทน จำเลยไปช่วงชิงฉวยโอกาสไปรับใบแทนโฉนดและรับมรดกเสีย เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต การที่จำเลยทำจำนองต่อไปกับจำเลยที่ ๓ จึงเป็นการกระทำโดยทุจริต แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๓ ได้รับจำนองไว้โดยล่วงรู้ถึงความไม่สุจริตของจำเลยที่ ๑, ๒ พิพากษาแก้ว่าโจทก์ที่ ๑, ๒ เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ให้เพิกถอนชื่อจำเลยที่ ๑, ๒ ออกจากโฉนด ใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองแทนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑,๒ ทำสัญญาจำนองโดยไม่สุจริต ส่วนจำเลยที่ ๒ ตามพฤติการณ์ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑,๒ มากู้เงินจำเลยที่ ๓ เพียงครั้งเดียวก็ตกลงนัดวันไปทำสัญญาจำนองกันเลย ดูไม่สมเหตุผลพอที่จะเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำโดยบริสุทธิ์ใจ เพราะจำนวนเงินมาก จำเลยที่ ๓ ไม่สนใจที่จะขอดูหลักฐานว่าโฉนดมีชื่อใครเป็นเจ้าของ ผู้ใดครอบครองอยู่ ทั้งมิได้ตรวจดูสภาพของที่นาก่อนว่าจะคุ้มกับจำนวนเงินหรือไม่ ฐานะของจำเลยที่ ๑ ก็ไม่ควรที่จำเลยที่ ๓ จะเชื่อถือ การกู้เงินก็ไม่ปรากฏว่าได้พูดจาตกลงกันเรื่องผลประโยชน์หรือดอกเบี้ยแต่กลับไปปรากฏในสัญญาจำนอง เมื่อปรากฏว่าการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งใบแทนโฉนด โอนรับมรดกเป็นไปในลักษณะช่วงชิงฉวยโอกาสและทำจำนองในวันนั้นเองแล้วโดยพฤติการณ์และเหตุผลส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสามได้รู้เห็นร่วมกันมาตลอดเรื่องเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต ทำให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาทได้รับความเสียหาย ชอบที่ศาลจะเพิกถอนสัญญาจำนองระหว่างจำเลยทั้งสามเสียได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่พิพาทระหว่างจำเลยที่ ๑, ๒ กับจำเลยที่ ๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1249/2510 นายอยู่ คล้ายเพ็ชร ที่ 1 นางอิ่ม ศรีสุวรรณ ที่ 2 โจทก์ นายไข่ สุขีภาพ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอยู่ คล้ายเพ็ชร ที่ 1 นางอิ่ม ศรีสุวรรณ ที่ 2 · จำเลย - นายไข่ สุขีภาพ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พยุง วัฒนสิงหะ · พจน์ ปุษปาคม · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายพจน์ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 3766/2545ฎีกา 558/2553ฎีกา 181/2512ฎีกา 2416/2566ฎีกา 112/2488ฎีกา 18606/2556ฎีกา 180/2502ฎีกา 5088/2554ฎีกา 32/2491ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1145/2495ฎีกา 198/2552ฎีกา 230/2501ฎีกา 15964/2553ฎีกา 2868/2529ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1741/2492ฎีกา 1570/2522ฎีกา 1689/2493ฎีกา 3568/2548ฎีกา 6926/2548ฎีกา 322/2526ฎีกา 100/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา