⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1253/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2510

ป.พ.พ. ม.1401

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้ใช้ทางน้ำชักน้ำผ่านที่ดินของจำเลยเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินของตนมาเป็นเวลานานเกินกว่า 10 ปี โดยสงบและโดยเปิดเผย ย่อมได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในทางน้ำนั้นตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้ใช้เหมืองพิพาทเป็นทางน้ำชักน้ำจากนาแปลงใต้ผ่านมาจำเลยเข้ามาแปลงเหนือ เพื่อประโยชน์แก่นาแปลงเหนือของโจทก์มาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว เช่นนี้จำเลยจะปิดกั้นเสียไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยปิดคันคูเหมืองน้ำพิพาทซึ่งโจทก์ใช้เป็นทางน้ำมากว่า ๓๐ ปีแล้ว และทำลายรางน้ำและคันคูเหมืองน้ำพิพาท เป็นเหตุให้ข้าวในนาของโจทก์เสียหายขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยเปิดทางเหมืองน้ำพิพาท ใส่ไม้รางน้ำ และถมดิน ทำคันคูเหมืองน้ำตามสภาพเดิม จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า มีลำส่งน้ำเล็ก ๆ ในที่นาจำเลย แต่มิใช่ทางน้ำจำเป็นที่จะเดินเข้าในนาโจทก์ทางเดียว นาโจทก์อาศัยน้ำได้จากหลายทาง จำเลยขอให้โจทก์เลิกใช้เหมืองนี้ เพราะโจทก์ขุดให้กว้างและลึกลงทุกปี ทำให้จำเลยเสียหายจำเลยไม่ได้ปิดทางน้ำดังที่โจทก์บรรยายในฟ้อง โจทก์ไม่เสียหาย โจทก์ไม่เคยอ้างกรรมสิทธิ์เหนือเหมืองพิพาท จำเลยและเจ้าของนาเดิมครอบครองติดต่อกันมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว กรรมสิทธิจึงตกเป็นของจำเลย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ไม่แน่ว่าอ้างกรรมสิทธิ์หรือภารจำยอม ขอให้ศาลบังคับโจทก์เลิกเกี่ยวข้องกับรางน้ำในที่ดินของจำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ศาลไม่ควรรับฟ้องแย้ง เพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ และเป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์มิได้ขุดลำเหมืองพิพาทให้กว้างและลึก ทางน้ำซึ่งจำเลยจะให้เปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่ความประสงค์ของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า เหมืองพิพาทเป็นภารจำยอม ให้จำเลยเปิดทางเหมืองหรือลำรางพิพาท ให้โจทก์ละเว้นการกระทำใด ๆ ในลำรางหรือลำเหมืองพิพาท ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่นาของจำเลย จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า มีเหมืองพิพาทผ่านนาจำเลยจากใต้ไปเหนือจนสุดที่จำเลยเป็นลักษณะสมข้ออ้างของโจทก์ว่าเป็นลำเหมืองชักน้ำเข้านาโจทก์ โจทก์ได้ใช้เหมืองพิพาทเป็นทางน้ำชักน้ำจากนาแปลงใต้เข้ามาแปลงเหนือของโจทก์มาเป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้วเช่นนี้ จำเลยจะปิดกั้นไม่ได้ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2510 นายเตื่อย ทับสูงเนิน โจทก์ นางทุม ทับสูงเนิน ที่ 1 นายผ่อง เจิงทรัพย์ ที่ 2 นางเล เจิงทรัพย์ ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเตื่อย ทับสูงเนิน · จำเลย - นางทุม ทับสูงเนิน ที่ 1 นายผ่อง เจิงทรัพย์ ที่ 2 นางเล เจิงทรัพย์ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายเทียบ สุจารีกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4415/2528ฎีกา 5605/2539ฎีกา 6039/2537ฎีกา 635/2475ฎีกา 113/2504ฎีกา 7828/2547ฎีกา 1658/2534ฎีกา 101/2509ฎีกา 1403/2515ฎีกา 508/2488ฎีกา 1056/2496ฎีกา 420/2535ฎีกา 246/2550ฎีกา 632/2537ฎีกา 3059/2545ฎีกา 562/2535ฎีกา 9541/2539ฎีกา 3482/2541ฎีกา 9882/2560ฎีกา 7344/2544ฎีกา 1134/2516ฎีกา 5438/2551ฎีกา 3341/2516ฎีกา 5595/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา