⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1134/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้ทางพิพาทโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาจะใช้สิทธิเสมือนเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ย่อมทำให้ได้ภารจำยอมโดยอายุความ แม้การใช้ทางนั้นจะมีการย้ายที่ตั้งไปบ้างก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ภารจำยอมนั้นอาจเกิดจากการยินยอมให้ใช้ทางในเบื้องต้นก่อนครั้นเมื่อได้เริ่มใช้ทางตามที่ตกลงกันนั้นแล้ว หากผู้ใช้ใช้โดยอาการที่ถือสิทธิเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตลอดมา ผู้ใช้ทางอาจได้ภารจำยอมมาโดยอายุความได้ บิดาโจทก์ได้ใช้ทางเดินบนที่ดินของจำเลยโดยอาการที่ถือว่าตนมีสิทธิจะใช้ และได้ย้ายทางเดินดังกล่าวจากส่วนหนึ่งไปยังส่วนอื่นถึงสองครั้ง เนื่องจากจำเลยปลูกบ้านทับทางเดิม การย้ายทางของบิดาโจทก์จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยเองตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1392 เมื่อคดีปรากฏว่าบิดาโจทก์เข้าใช้สิทธิผ่านที่ดินของจำเลยติดต่อกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 ถึง พ.ศ.2504 จึงได้เปลี่ยนไปใช้ทางพิพาทตลอดมาจนบิดาโจทก์ตายเมื่อ พ.ศ.2509 แล้ว โจทก์ก็ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมารวมเป็นเวลากว่า 20 ปี ที่ดินของจำเลยย่อมตกอยู่ในภารจำยอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1392 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางบุบผา นางจันทะ และจำเลย เป็นบุตรของนายบุญนางลา เมื่อนายบุญ นางลา ตาย มีมรดกที่ดินตกได้แก่บุตรหนึ่งแปลง ต่อมาบุตรทั้งสามได้แบ่งกันเป็นส่วนสัด เมื่อแบ่งกันแล้วนายบด นางบุบผาบิดามารดาโจทก์กับโจทก์ได้ร่วมกันถืออำนาจโดยทางปรปักษ์ใช้ที่ดินส่วนของจำเลยเป็นทางเดิน ทางเกวียนทางรถยนต์ โดยสงบโดยเปิดเผยโดยเจตนายึดถือเป็นทางเดินติดต่อสืบเนื่องกันมาประมาณ ๒๐ ปีแล้วถือได้ว่าเป็นทางภารจำยอม ก่อนนายบดตายนายบดได้แบ่งที่ดินแปลงนี้ให้โจทก์และเด็กหญิงสมพิศ โจทก์และเด็กหญิงสมพิศได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาจนบัดนี้ ต่อมาจำเลยปลูกสร้างและล้อมรั้วรุกทางพิพาทขอให้ศาลพิพากษาว่าทางเดินตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องเป็นทางภารจำยอม จำเลยให้การว่า เมื่อตกลงแบ่งแยกที่ดินเป็นส่วนสัดแล้ว นายบดได้ขอทางเดินกว้าง ๑ เมตร ผ่านที่ดินของจำเลย แต่นายบดมิได้ใช้ทางเป็นเวลา ๑๑ ปีเศษแล้ว ภารจำยอม (ถ้ามี) ก็สิ้นไปแล้วเมื่อนายบดบิดาโจทก์ตายโจทก์เข้าไปอยู่ในบ้านแทนบิดามารดาโจทก์คงใช้ทางเดิน ๑ เมตร ตลอดมาจนกระทั่งจำเลยปลูกครัวและทำรั้วล้อมครัว โจทก์มิได้ทักท้วง โจทก์เคยขออนุญาตจำเลยถมทางเดินด้วยหิน จำเลยมิได้ปล่อยให้บิดาโจทก์และตัวโจทก์เดินในที่ดินส่วนอื่นของจำเลยฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยเปิดทางพิพาทโดยวัดจากหลักหินแนวเขตหมาย ก.ข. ตามแผ่นที่ที่เจ้าพนักงานศาลทำ เข้ามาในที่ดินของจำเลยกว้าง ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ให้จำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมให้จำเลยรื้อรั้วออกจากทางพิพาท โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ดินส่วนบิดามารดาโจทก์ไม่อาจเข้าออกถนนสุขเกษมได้นางจันทะและจำเลยจึงได้ตกลงยินยอมให้บิดามารดาโจทก์ใช้ที่ดินของตนเป็นทางเข้าออกได้ ในเรื่องภารจำยอมนั้น อาจเกิดจากการยินยอมให้ใช้ทางในเบื้องต้นก่อน ครั้นเมื่อได้เริ่มใช้ทางตามที่ตกลงกันแล้ว หากผู้ใช้ใช้โดยอาการที่ถือสิทธิเป็นปรปักษ์ต่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตลอดมา ผู้ใช้ทางก็อาจได้ภารจำยอมมาโดยอายุความได้พฤติการณ์แสดงว่าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ หรือ ๒๔๙๒ตลอดมา นายบดบิดาโจทก์ได้ใช้ทางบนที่ดินของจำเลยโดยอาการที่ถือตนว่ามีสิทธิที่จะใช้ มิใช่ใช้โดยอาศัยสิทธิของจำเลยผู้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์การที่นายบดบิดาโจทก์ย้ายทางที่ใช้เข้าออกบนที่ดินจำเลยจากส่วนหนึ่งไปยังส่วนอื่น กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๒แม้จะมิได้มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยตรงว่าให้นับอายุความภารจำยอมต่อกันได้ก็เห็นได้ว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะให้นับอายุความในภารจำยอมเช่นในกรณีนี้ติดต่อกัน เพราะการที่นายบดต้องย้ายทางที่ใช้ก็เนื่องจากจำเลยปลูกบ้านทับทางเดิน การย้ายทางของนายบดจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยเองตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๒ ดังกล่าวคดีปรากฏว่าบิดามารดาโจทก์เข้าใช้สิทธิผ่านที่ดินของจำเลยติดต่อกันมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงได้เปลี่ยนไปใช้ทางพิพาทตลอดมาจนนายบดตายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ และโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาจนบัดนี้เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว ที่ดินของจำเลยจึงตกอยู่ในภารจำยอม พิพากษาแก้ เป็นว่า ให้จำเลยเปิดทางพิพาทโดยวัดจากหลักหินเขตหมาย ก.ข. ตามแผนที่พิพาทเข้ามาในที่ดินของจำเลยกว้าง ๓ เมตรให้จำเลยจดทะเบียนทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม ให้จำเลยรื้อรั้วและครัวออกจากทางพิพาท นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2516 นายไสว โทษาธรรม โจทก์ นายทศพล กุศลเฉลิมวิทย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไสว โทษาธรรม · จำเลย - นายทศพล กุศลเฉลิมวิทย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสัมฤทธิ์ ทิพย์โกศัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6460/2546ฎีกา 28/2531ฎีกา 347/2521ฎีกา 605-606/2544ฎีกา 6524/2541ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1082/2526ฎีกา 2091/2542ฎีกา 6954/2538ฎีกา 777-778/2533ฎีกา 2975/2553ฎีกา 3075/2524ฎีกา 2327/2539ฎีกา 2320/2543ฎีกา 285/2547ฎีกา 2491/2540ฎีกา 4415/2528ฎีกา 536/2536ฎีกา 2789/2537ฎีกา 789/2544ฎีกา 6004/2537ฎีกา 5605/2539ฎีกา 839/2538ฎีกา 6039/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา