คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขับรถด้วยความเร็วสูงและขับผิดทางจราจรจนเป็นเหตุให้ชนรถคันอื่น ถือเป็นความประมาทเลินเล่อที่จำเลยต้องรับผิด
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูง ขับผิดทางจราจร จนเป็นเหตุให้ชนรถคันอื่นที่เขาอยู่ในเส้นทางแล้ว เช่นนี้ ฟังได้ว่า เหตุทั้งนี้ย่อมเกิดขึ้นด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้นำรถเข้าร่วมเดินรถกับบริษัทจำเลยที่ ๓ ได้ขับรถด้วยความประมาทเลินเล่อขาดความระมัดระวัง โดยใช้ความเร็วสูง ฝ่าฝืนกฎจราจร ชนรถจักรยาน ๓ ล้อเครื่องโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหาย กับค่าที่ต้องขาดประโยชน์แก่โจทก์ พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ สู้ว่า มิได้ขับรถยนต์โดยประมาท โจทก์ไม่เสียหาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง
จำเลยที่ ๒ และ ๓ ให้การปฏิเสธความรับผิดอย่างเดียวกับจำเลยที่ ๑
ศาลชั้นต้นเห็นว่า การพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จำเลยมิใช่ผู้ประมาทโดยตรง โจทย์ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่ได้ ให้งดสืบพยาน พิพากษายกฟ้อง
คู่ความอุทธรณ์ฎีกาต่อมาในข้อที่ศาลให้งดสืบพยาน ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้สืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสาม แม้จำเลยที่ ๑ ประมาทเลินเล่อต้องรับผิด จำเลยที่ ๓ ก็ไม่ต้องรับผิดร่วมด้วยเพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์วิ่งมาในอัตราเร็ว และวิ่งมาตามทางข้างขวามือของจำเลยซึ่งผิดเส้นทาง เป็นความผิดของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เอารถคันเกิดเหตุเข้าร่วมเดินรถกับบริษัทจำเลยที่ ๓ ถือว่าเป็นกิจกรรมของบริษัทจำเลยที่ ๓ ด้วยจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ค่าเสียหายเป็นราคาที่พอสมควร พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ราคารถสามล้อเครื่องให้แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยคำขออย่างอื่นให้ยก
จำเลยที่ ๑ และ ๒ ฎีกา ส่วนจำเลยที่ ๓ ยื่นฎีกาขาดอายุความแล้วศาลชั้นต้นสั่งงดไม่รับ คดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ จึงยุติ
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยขับรถด้วยความเร็วสูง ขับผิดทางจราจรจนเป็นเหตุให้ชนรถคันอื่นที่เขาอยู่ในเส้นทางแล้วเช่นนี้ ฟังได้ว่า เหตุทั้งนี้ย่อมเกิดขึ้นด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยจึงต้องรับผิด
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2510
นายฟา เณรพงษ์ โจทก์
นายเยื่อ สังข์ทอง ที่ 1 บริษัท ร.ส.พ.เดินรถตะวันออก จำกัด โดยนายชาญ
เวสารัชชานนท์ กรรมการผู้จัดการ ที่ 2 บริษัทขนส่งจำกัด โดยนายมงคล เอม
อมร กรรมการผู้จัดการ ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฟา เณรพงษ์ · โดยนายชาญ - นายเยื่อ สังข์ทอง ที่ 1 บริษัท ร.ส.พ.เดินรถตะวันออก จำกัด · เอม - เวสารัชชานนท์ กรรมการผู้จัดการ ที่ 2 บริษัทขนส่งจำกัด โดยนายมงคล · จำเลย - อมร กรรมการผู้จัดการ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร หุตะโกวิท · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตราด - นายกวี มนุญปิจุ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา