⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1296/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดเวลาอันเนื่องมาจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และพฤติการณ์ดังกล่าวเพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยได้ทราบข้อเท็จจริงแห่งคดีและคำบังคับของศาลแล้ว การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง ถือว่าเป็นการยื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ตั้งแต่โจทก์เริ่มฟ้องคดีจนถึงขั้นออกคำบังคับคดี โจทก์ได้ใช้วิธีขอให้ศาลประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ให้จำเลยแก้คดี กำหนดวันสืบพยานและประกาศให้จำเลยทราบคำบังคับตลอดมา เมือจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ได้ขอให้บังคับคดียึดสวนยางของจำเลยอันอยู่ในหมู่เดียวกับภูมิลำเนาที่จำเลยอยู่ตามฟ้องโจทก์ จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าจำเลยไม่ได้ไปจากบ้านตามภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ตามฟ้อง คงอยู่ที่ภูมิลำเนาของจำเลยตลอดมาจำเลยยังไม่ทราบคำบังคับของศาล เมื่อจำเลยถูกยึดทรัพย์ จำเลยไม่ทราบว่าถูกยึดและถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร บ้านจำเลยอยู่ไกลตัวเมืองห่างความเจริญ ไม่มีหนังสือพิมพ์จะอ่านหากตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนดังกล่าว ประกอบกับข้อที่จำเลยกล่าวอ้างเป็นความจริงย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้ เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยได้ไปยื่นคำขอตรวจและคัดสำเนาต่อศาลที่ได้ออกคำบังคับ ทราบแน่ว่าจำเลยถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร และศาลได้มีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ซึ่งต่อจากนั้นอีก 7 วันจำเลยได้ไปยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงยื่นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.202 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดตรัง แต่โจทย์ขอฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นคือ ศาลจังหวัดปากพนัง และได้ขอให้ประกาศเรียกจำเลยแก้คดีและกำหนดวันนัดสืบพยานทางหนังสือพิมพ์ โดยอ้างว่าจำเลยอพยพไปจากภูมิลำเนา ไม่ทราบว่าไปอยู่แห่งใด จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี โจทก์ขอให้ศาลประกาศหนังสือพิมพ์ให้จำเลยทราบคำบังคับ เมื่อพ้นกำหนดตามประกาศ โจทก์ได้ขอให้บังคับคดียึดสวนยางของจำเลยในจังหวัดตรังอันอยู่ในหมู่เดียวกับภูมิลำเนาที่จำเลยอยู่ตามฟ้องโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๐๗ ต่อมาวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๐๗ จำเลยยื่นคำขอให้ศาลจังหวัดปากพนังพิจารณาคดีใหม่อ้างว่าจำเลยไม่ทราบคำฟ้องและคำบังคับที่ศาลได้ประกาศหนังสือพิมพ์ เพราะไม่มีหนังสือพิมพ์จะอ่าน จำเลยไม่ได้ไปไหน คงอยู่ที่บ้านอันเป็นภูมิลำเนาตลอดมา จำเลยยื่นคำขอล่าช้าเพราะเพิ่งทราบเมื่อถูกยึดทรัพย์ แต่ไม่ทราบว่าถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร ต้องให้ทนายไปดูสำนวนที่ศาลก่อนจึงได้ยื่น จำเลยไม่รู้จักโจทก์ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลย โดยอ้างว่ายื่นเกินกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ ทั้งคำร้องไม่ปรากฏพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า กรณีมีทางให้คิดไปได้ว่าจำเลยไม่ทราบคำฟ้องและคำบังคับ คดีไม่ได้เริ่มต้นด้วยการส่งหมายธรรมดาก่อน การส่งคำบังคับก็ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์ จำเลยยืนยันว่ามิได้ไปไหน คงอยู่ที่ภูมิลำเนาตลอดมา กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์กำหนดวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ และคำร้องของจำเลยก็ยื่นยังไม่พ้น ๖ เดือนนับแต่วันยึดทรัพย์ ทั้งคำร้องของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินของศาลแล้วให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลย แล้วมีคำสั้งตามที่เห็นสมควร โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำนวนคดีนี้ปรากฏมาตั้งแต่โจทก์เริ่มฟ้องคดีนี้จนถึงขั้นออกคำบังคดี ว่าโจทก์ได้ใช้วิธีขอให้ศาลประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ให้จำเลยแก้คดีกำหนดวันสืบพยาน และประกาศให้จำเลยทราบคำบังคับตลอดมา จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ประกาศให้ทราบทางหนังสือพิมพ์นั้น โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยไว้ ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำขอตรวจและคัดสำนวนเอกสารในคดีนี้ หลังจากนั้นอีก ๗ วัน จำเลยจึงมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนดังกล่าวประกอบกับข้อที่จำเลยกล่าวอ้าง หากเป็นความจริง ย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้เพิ่งสิ้นสุดลง เมื่อจำเลยได้ไปยื่นคำขอตรวจและคัดสำนวนต่อศาลที่ได้ออกคำบังคับ และทราบแน่ว่าจำเลยถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร และศาลได้มีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ซึ่งต่อจากนั้นอีก ๗ วัน จำเลยได้ไปยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ก็เป็นการได้ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๘ ซึ่งบัญญัติว่า เมื่อมีพฤติการณ์นอกเหนือแล้ว ให้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่จึงชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2510 นายเขือน รักทอง โจทก์ นางจับ ทองโว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเขือน รักทอง · จำเลย - นางจับ ทองโว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปากพนัง - นายดำรง อุณหวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1069/2527ฎีกา 2181/2519ฎีกา 345/2520ฎีกา 1633/2532ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 1645/2549ฎีกา 3909/2535ฎีกา 3290/2525ฎีกา 5105/2528ฎีกา 324/2503ฎีกา 5011/2532ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 4041/2542ฎีกา 5098/2550ฎีกา 3934/2530ฎีกา 2051/2536ฎีกา 5768/2534ฎีกา 925/2526ฎีกา 2430/2533ฎีกา 1592/2521ฎีกา 126/2538ฎีกา 1644/2519ฎีกา 991/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา