⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1374/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์เรียกค่าเสียหายเกินกว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันจริง ทำให้ทุนทรัพย์ในคดีไม่เกิน 5,000 บาท โจทก์จึงไม่อาจฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานทีดินทำแผนที่วิวาทตามที่โจทก์จำเลยนำชี้ ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์จำเลยโต้เถียงการครอบครองกัน เป็นที่ดินเฉพาะส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ดินที่โจทก์ชี้ว่าเป็นของโจทก์ มีเนื้อที่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งหมดที่โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ดังนี้ ที่ดินที่พิพาทกันจึงไม่ใช่ที่ดินทั้งแปลงที่โจทก์ตีราคาไว้ 4,000 บาท แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้ให้คู่ความตีราคาส่วนที่พิพาทกันไว้ ก็พอกำหนดได้ว่าที่พิพาทมีราคาไม่เกิน 2,000 บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายอีก 1,200 บาท ทุนทรัพย์ในคดีจึงไม่เกิน 5,000 บาท โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๕๘๖๗ ราคา ๔,๐๐๐ บาท จำเลยได้ใช้ให้ผู้อื่นเข้าไปตัดฟันต้นไม่เป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน ๑,๒๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยและบริวารไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ และใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ต้นไม่อยู่ในที่ดินโฉนดที ๕๘๖๖ ของจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์ต้นไม้ที่จำเลยให้บุตรตัดราคาไม่เกิน ๑๐๐ บาท โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้อง และฟ้องร้องโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ต้นมะม่วงและต้นสะเดาที่ถูกตัดฟันไม่ใช่ของโจทก์พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทางเดินอยู่กลางทีดินที่โจทก์ชี้ในการทำแผนที่วิวาทว่าเป็นที่ดินของโจทก์ ไม่ตรงต่อหลักฐานในท้องสำนวน และการฟังว่าเส้นสีเขียวริมทางเดินด้านตะวันตกเป็นเขตโฉนดของจำเลยไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินทำแผนที่วิวาทตามที่โจทก์จำเลยนำชี้แล้วปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์จำเลยโต้เถียงการครอบครองกัน เป็นที่ดินเฉพาะส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของที่ดินที่โจทก์ชี้ว่าเป็นของโจทก์ มีเนื้อที่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของที่ดินทั้งหมดที่โจทก์ว่าเป็นของโจทก์ ดังนี้ ที่ดินที่พิพาทกันจึงไม่ใช่ที่ดินทั้งแปลงที่โจทก์ตีราคาไว้ ๔,๐๐๐ บาท แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้ให้คู่ความตีราคาส่วนที่พิพาทกันไว้ ก็พอกำหนดได้ว่าที่พิพาทมีราคาไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท โจทก์เรียกค่าเสียหายอีก ๑,๒๐๐ บาท ทุนทรัพย์คดีนี้จึงไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทางเดินอยู่กลางที่ดินของโจทก์ไม่ตรงต่อพยานหลักฐานในสำนวนนั้น เห็นว่า ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ยกข้อเท็จจริงขึ้นมากล่าวโดยประมาณตามรูปที่ดินที่โจทก์ชี้ว่าทางเดินอยู่กลางที่ดิน เพราะมีทางเดินผ่าที่ดิน และทางเดินนั้นบางตอนอยู่กลางหรือเกือบกลางที่ดิน ยังถือไม่ได้ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ตรงต่อพยานหลักฐาน และเห็นว่าศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์คำพยานบุคคลรวมทั้งพยานเอกสารที่โจทก์จำเลยต่างนำสืบถึงการครอบครองของตนด้วยแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2510 นางฉลวย ควรฤาชัย โจทก์ นางส้มลิ้ม วายุเหือด ที่ 1 นางสาวทองย้อย วายุเหือด ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉลวย ควรฤาชัย · จำเลย - นางส้มลิ้ม วายุเหือด ที่ 1 นางสาวทองย้อย วายุเหือด ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · อดุล รัตนปิณฑะ · จำรูญ โชติรัต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมคิด มงคลชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา