คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดจากผู้กระทำละเมิดทุกคนได้ แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้มีส่วนในการกระทำละเมิดนั้นก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
นายพีรพลขับรถโจทก์ไปตามถนนและเกิดชนกันขึ้นกับรถของจำเลยแม้หากศาลฎีกาจะฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญาว่า เหตุที่รถชนขึ้นเนื่องจากจำเลยและนายพีรพลต่างขับรถยนต์ด้วยความประมาททั้งสองฝ่ายก็ตามแต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นก็มิใช่เพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของโจทก์ผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยแต่ประการใดทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์จะต้องร่วมรับผิดกับนายพีรพลตามกฎหมาย ในผลที่นายพีรพลขับรถชนโดยประมาทแต่ประการใดด้วย โจทก์ในฐานะเจ้าของรถยนต์คันที่นายพีรพลขับจึงย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดได้ทั้งจากนายพีรพลและจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และ 424 เพราะทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างละเมิดโจทก์ด้วยกัน ศาลย่อมพิพากษาแบ่งให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ตามสมควรได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นสั่งรวมการพิจารณาคดีนี้กับคดีแดงของศาลชั้นต้นที่ ๕๕/๒๕๐๘ แต่เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วคดีแดงที่ ๕๕/๒๕๐๘ ไม่มีอุทธรณ์ จำเลยคงอุทธรณ์และฎีกามาแต่คดีนี้ดคีเดียว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถโดยปราศจากความระมัดระวังและผิดพระราชบัญญัติจราจร ชนกับรถโจทก์ที่นายพีรพลขับสวนมา เป็นเหตุให้นายพีรพลและผู้โดยสารรถนั้นถึงแก่ความตายและรถโจทก์เสียหายใช้การไม่ได้ ขอให้ศาลบังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยสู้ว่านายพีรพลประมาท จำเลยไม่ได้ประมาท รถโจทก์ไม่เสียหายดังฟ้องขอให้ยกฟ้อง
ชั้นพิจารณาคู่ความตกลงกันให้ถือข้อเท็จจริงในเรื่องจำเลยขับรถประมาทในคดีแพ่งนี้ตามข้อเท็จจริงที่ศาลฎีกาได้พิพากษาในคดีอาญา ซึ่งจำเลยนี้ถูกฟ้องแล้วให้ศาลพิพากษาคดีแพ่งนี้ไป ส่วนค่าเสียหายรับกันว่าถ้าจำเลยแพ้คดีให้ถือว่าโจทก์เสียหายครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่โจทก์ฟ้อง คู่ความไม่ขอสืบพยานและสละประเด็นอื่น ๆ ถ้าหากจะมี
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถคันที่นายพีรพลขับและรถได้รับความเสียหายเพราะการชน โจทก์มิได้มีความประมาทในการชนกันนั้นด้วยเมื่อนายพีรพลกับจำเลยประมาททำให้รถของโจทก์ได้รับความเสียหายโดยมิใช่ร่วมกันทำประมาท นายพีรพลกับจำเลยก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โดยแยกกันชดใช้มากน้อยตามพฤติการณ์แห่งความประมาทนี้น โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยคนเดียวโดยนายพีรพลตายไปแล้ว จำเลยจึงต้องชดใช้ให้โจทก์ตามส่วนความมากน้อยแห่งความประมาทที่จำเลยกระทำ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้หากศาลฎีกาจะฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญามาว่าเหตุที่รถชนกันขึ้นเนื่องจากจำเลยและนายพีรพลต่างขับรถยนต์ด้วยความประมาททั้งสองฝ่ายก็ตาม แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นก็มิใช่เพราะความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดของโจทก์ผู้ต้องเสียหายประกอบด้วยแต่ประการใดเลย ทั้งทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์จะต้องร่วมรับผิดกับนายพีรพลตามกฎหมายในผลที่นายพีรพลขับรถชนโดยประมาทแต่ประการใดด้วย โจทก์ในฐานะเจ้าของรถยนต์คันที่นายพีรพลขับจึงย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดได้ทั้งจากนายพีรพลและจากจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ และ ๔๒๔ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างทำละเมิดโจทก์ด้วยกันศาลย่อมพิพากษาแบ่งให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ตามสมควรได้
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2510
นายสมศักดิ์ สกุลศักดิ์ (นางส้มลิ้ม สกุลศักดิ์ ภริยาเข้ารับมรดกความ) โจทก์
นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมศักดิ์ สกุลศักดิ์ (นางส้มลิ้ม สกุลศักดิ์ ภริยาเข้ารับมรดกความ) · จำเลย - นายไพบูลย์ ชคัตปรายนะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ยง เหลืองรังษี · ถาวร หุตะโกวิท · พยุง วัฒนสิงหะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายล้วน นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส พ่วงภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา