⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 226/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากคู่ความตกลงกันให้เจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดสิทธิครอบครองที่ดินตามหลักฐานที่มีอยู่ และยอมรับผลการวินิจฉัยนั้นแล้ว การวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่นิคมฯ โดยอาศัยหลักฐานที่มีอยู่ย่อมมีผลผูกพันคู่ความตามที่ตกลงกันไว้

ย่อคำพิพากษา

คู่ความต่างท้ากันว่า หากเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองชี้ขาดตามหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคม ฯ ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายมีสิทธิครอบครองโดยชอบแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้คดี โดยถือเอาหลักฐานที่มีอยู่ในนิคมเป็นใหญ่ และไม่ติดใจสู้ในประเด็นข้ออื่นอีกต่อไป ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่ได้อ้างหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมสร้างตนเอง และเจ้าหน้าที่มาเป็นพยาน แต่ฝ่ายจำเลยอ้างเจ้าหน้าที่นิคมและเอกสารหลักฐานจากนิคมเป็นเป็นพยาน เจ้าหน้าที่นิคมเบิกความประกอบเอกสารดังกล่าวและยืนยันว่าทางนิคมได้จัดสรรที่ดินให้จำเลยได้เข้าครอบครองทำกินตลอดมา จึงฟังได้ว่าเจ้าหน้าที่นิคมฯ ได้ชี้ขาดตามหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยตรงตามคำท้าระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดิน ๑๗ ไร่ จำเลยกับพวกหยอดเมล็ดข้าวโพดลงในที่ดินของโจทก์ โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารไม่ให้มาเกี่ยวข้องและใช้ค่าขาดประโยชน์ ฯลฯ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินจัดสรรของนิคมสร้างตนเองลพบุรีฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ก่อนเริ่มสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า ที่พิพาทเป็นที่ในบริเวณจัดสรรของนิคมสร้างตนเอง และผู้ที่จะเข้าครอบครองได้ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของนิคมและคู่ความท้ากันว่า หากเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองชี้ขาดตามหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายมีสิทธิครอบครองโดยชอบแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้คดีโดยถือเอาหลักฐานที่มีอยู่ในนิคมสร้างตนเองเป็นใหญ่ และไม่ติดใจสู้ในประเด็นข้ออื่นอีกต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์หาได้อ้างหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมสร้างตนเอง และเจ้าหน้าที่นิคมมาเป็นพยานไม่ ส่วนจำเลยได้อ้างเจ้าหน้าที่นิคมและเอกสารหลักฐานอันมีอยู่ที่นิคมมาเป็นพยาน และเจ้าหน้าที่ของนิคมได้เบิกความประกอบเอกสารยืนยันว่า ทางนิคมได้จัดสรรที่ดินให้จำเลยได้เข้าครอบครองทำกินตลอดมา ฉะนั้น ตามเอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคม และตามคำเบิกความของเจ้าหน้าที่นิคมสร้างตนเองจึงฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่นิคมได้ชี้ขาดตามหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยได้เข้าครอบครองตรงตามคำท้าระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว พยานโจทก์ไม่มีน้ำหนัก และไม่ตรงตามคำท้า ซึ่งให้ถือเอาหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมเป็นใหญ่ ในคำท้ามิได้ระบุว่าจำเลยจะต้องแสดงว่าตนได้รับใบครอบครองสิทธิในที่พิพาท ตามพยานหลักฐานฟังได้ว่า เจ้าหน้าที่นิคมชี้ขาดตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ที่นิคมว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยชอบตามคำท้า โจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2510 นายดี หรือวันดี ศรีผ่าน หรือสีสีผ่าน โจทก์ นางบุญมี นันตวงษ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดี หรือวันดี ศรีผ่าน หรือสีสีผ่าน · ล. - นางบุญมี นันตวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · เชื้อ คงคากุล · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา