⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 354/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นข้อต่อสู้ที่จำเลยสามารถยกขึ้นอ้างได้ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สิน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยอมรับว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท 1 ใน 3 จำเลย 2 คนมีอยู่คนละ 1 ใน 3 แต่จำเลยเถียงว่าได้ครอบครองที่พิพาทเป็นสัดส่วนกันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ในวันนัดพร้อม จำเลยก็ยังยืนยันที่จะขอส่วนแบ่งตรงที่ที่จำเลยครอบครองอยู่ เมื่อจำเลยอ้างว่าได้ครอบครองที่พิพาทเป็นสัดส่วนมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ถ้าเป็นความจริงจำเลยก็ชอบที่จะได้กรรมสิทธิ์ตรงที่ที่จำเลยครอบครองตามความในมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังกันต่อไป (อ้างฎีกาที่ 1424/2497)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสองมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินแปลงหนึ่งโดยโจทก์จำเลยมีส่วนอยู่คนละ ๑ ใน ๓ โจทก์ประสงค์จะแบ่งแยกส่วนของโจทก์ออก แต่จำเลยไม่จัดการแบ่งแยกให้ จึงขอให้ศาลบังคับ ถ้าการแบ่งแยกไม่ตกลงกัน ก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ที่พิพาทได้ปกครองกันเป็นส่วนสัดมา โจทก์ขอแบ่งจำเลยก็ยอม แต่โจทก์เกี่ยงจะเอาที่ส่วนของจำเลย จึงไม่ตกลงกัน จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ที่พิพาทได้ครอบครองกันมาเป็นสัดส่วนเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยยินดีจะรังวัดแบ่งแยกให้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีไม่มีประเด็นที่จะสืบพยานกันต่อไป แล้วพิพากษาว่าโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทคนละส่วนเท่า ๆ กัน ให้ขายที่พิพาทนำเงินมาแบ่งให้คู่ความตามส่วน โดยวิธีประมูลราคา หากไม่ตกลงกันก็ให้ขายทอดตลาด จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยยังสงวนคำให้การต่อสู้คดีในประเด็นแบ่งแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัดอยู่ ยังมิได้สละคำให้การในประเด็นนี้ จึงยังมีข้อเท็จจริงที่จะต้องสืบพยานกันต่อไป จึงให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยยอมรับแล้วว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ๑ ใน ๓ จำเลยสองคนมีอยู่คนละ ๑ ใน ๓ แต่จำเลยเถียงว่าได้ครอบครองที่พิพาทเป็นส่วนสัดกันมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ในวันนัดพร้อม จำเลยก็ยังยืนยันที่จะขอส่วนแบ่งตรงที่ที่จำเลยครอบครองอยู่ เมื่อจำเลยอ้างว่าได้ครอบครองที่พิพาทเป็นสัดส่วนมาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ถ้าเป็นความจริงจำเลยก็ชอบที่จะได้กรรมสิทธิ์ตรงที่ที่จำเลยครอบครองตามความในมาตรา ๑๓๘๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อต่อสู้ของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังกันต่อไป จำเลยที่ ๒ ยังหาได้สละเสียไม่ ส่วนคดีส่วนตัวจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ มิได้อุทธรณ์ จึงถึงที่สุด ที่ศาลอุทธรณ์ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่รวมถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย ไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้ ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ ๒ ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2510 นายเอี่ยม หอมชู โจทก์ นางพูน เมฆอ่อน ที่ 1 นางเชื่อม มะลิหอม ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเอี่ยม หอมชู · ล. - นางพูน เมฆอ่อน ที่ 1 นางเชื่อม มะลิหอม ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุรัช รัตนอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพรรณ อยู่เกษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2159/2556ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 4470/2543ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 963/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา