คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนกระทำการในนามของห้างและใช้ตราของห้างประทับลงบนเช็ค ถือเป็นการกระทำที่อยู่ในวัตถุประสงค์ของห้าง และห้างหุ้นส่วนรวมถึงผู้เป็นหุ้นส่วนต้องรับผิดในหนี้สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค จำเลยต่อสู้ว่าเช็คนั้นไม่ใช่เช็คของห้างหุ้นส่วนเป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ 2 การสลักหลังเช็คไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้าง อีกทั้งตราที่ประทับมิใช่ตราของห้างที่จดทะเบียนไว้ ห้างและผู้เป็นหุ้นส่วนไม่ต้องรับผิด เมื่อจำเลยปฏิเสธความรับผิดในเช็คเช่นนี้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าเช็คนั้นเป็นเช็คของห้างซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดและนำสืบได้ว่าหนี้สินของหุ้นส่วนนั้นเป็นมาอย่างไร
จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการกับหุ้นส่วนได้เปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับโจทก์สั่งซื้อสินค้า เมื่อได้รับสินค้ามาแล้วและจำหน่ายหมดไปแล้ว จำเลยที่ 2 จึงได้จ่ายเช็คของจำเลยที่ 2 เองชำระหนี้แก่โจทก์ เพราะเช็คของห้างหมดและธนาคารปิดบัญชี การที่จำเลยที่ 2 เซ็นชื่อสลักหลังไปในเช็คโดยเอกตราของห้างซึ่งใช้เป็นประจำประทับลงไปแสดงว่าการกระทำในนามของห้าง ชำระหนี้ของห้าง กิจการที่กระทำนี้อยู่ในชอบวัตถุประสงค์ของห้าง ดังนี้ ห้างหุ้นส่วนและผู้เป็นหุ้นส่วนจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจำเลยที่ ๒,๓ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ ๔,๕,๖,๗,๘,๙ เป็นหุ้นส่วน จำเลยที่ ๒-๙ ต้องรับผิดร่วมกันในบรรดาหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ โดยไม่จำกัดจำนวนโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้สั่งจ่าย แล้วจำเลยที่ ๒ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ลงชื่อสลักหลังประทับตราห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ให้แก่โจทก์เมื่อถึงกำหนดโจทก์ได้ยื่นเช็คเพื่อเรียกเก็บเงินต่อธนาคาร แต่เงินในบัญชีของจำเลยที่ ๒ มีไม่พอจ่าย จำเลยที่ ๑,๒ จึงต้องรับผิดในฐานะผู้สั่งจ่ายและสลักหลัง และจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๙ ในฐานะเป็นหุ้นส่วนของจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ โดยไม่จำกัดจำนวน
จำเลยต่อสู้ว่า เช็คที่โจทก์ฟ้องเป็นเช็คส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ มิใช่ของห้าง การสลักหลังเช็คไม่ใช่วัตถุประสงค์ของห้าง และตราที่ประทับสลักหลังเช็คไม่ใช่ตราสำคัญ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยรับว่าเป็นหนี้โจทก์แน่นอนเกินกว่า ๑,๐๐๐ บาท จำเลยปิดสถานที่ประกอบธุรกิจ เมื่อเจ้าหนี้ทวงถามหนี้ที่ค้างชำระ ผู้จัดการจำเลยก็บอกว่าไม่มีเงินชำระ เป็นข้อสันนิษฐานได้ว่าจำเลยมีหนี้สินล้นพ้นตัว ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๘ และจำเลยไม่มีเหตุผลอันใดที่จะทำให้เห็นว่าจำเลยอาจชำระหนี้ได้
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 362/2510
บริษัท เอเชียทรัสท์ จำกัด โดยนายวัลลภ ธารวณิชกุล กับนายสุกิจ จิตติวรานนท์
กรรมการ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเกียนเงี๊ยบที่ 1 กับพวกอีก 8 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จิตติวรานนท์ - บริษัท เอเชียทรัสท์ จำกัด โดยนายวัลลภ ธารวณิชกุล กับนายสุกิจ · โจทก์ - กรรมการ · ล. - ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลเกียนเงี๊ยบที่ 1 กับพวกอีก 8 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานน์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสนิท บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา