⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 372/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2510

ย่อคำพิพากษา

บิดามารดาของผู้เยาว์ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้เยาว์จึงไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา เมื่อปรากฏหลักฐานทางสูติบัตรและทะเบียนสำมะโนครัวว่าผู้เยาว์เป็นบุตรและมีพฤติการณ์ซึ่งเป็นที่รู้กันทั่วไปว่า บิดามารดาผู้เยาว์เป็นสามีภริยากัน อยู่ร่วมเรือนเดียวกันโดยเปิดเผย บิดาผู้เยาว์ได้แนะนำมารดาผู้เยาว์ต่อบุคคลอื่นว่าเป็นภริยา บิดาผู้เยาว์เคยไปที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเพื่อแจ้งการเกิดของผู้เยาว์ แต่ไม่สบายจึงต้องกลับเสียก่อนแล้วให้คนอื่นไปแจ้งการเกิดแทน ดังนี้ ฟังได้ว่าบิดาได้รับรองผู้เยาว์เป็นบุตรแล้ว จึงถือได้ว่าผู้เยาว์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1449 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1524 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1634 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1639

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ผู้ตายเป็นอาของโจทก์ทั้งสอง ไม่มีทายาทอื่นใดอีกเลยนอกจากโจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ใช่ทายาท จึงขอให้ศาลพิพากษาห้ามไม่ให้จำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดก จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า นายศิริบิดาจำเลยเป็นบุตรนางหรุ่มซึ่งเป็นน้องผู้ตาย นายหรุ่มและนายศิริตายไปแล้ว จำเลยเป็นบุตรนายศิริ จึงเป็นทายาท มีสิทธิรับมรดกแทนที่ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่าเป็นบุตรนางเหลี่ยม ซึ่งเป็นน้องผู้ตาย จึงมีสิทธิรับมรดกด้วย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายศิริและไม่ใช่บุตรที่บิดารับรองแล้ว จึงไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่นายศิริ และเห็นว่าจำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นบุตรนางเหลี่ยม จึงไม่มีสิทธิรับมรดก จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรนายศิริและบิดาได้รับรองแล้วจึงมีสิทธิรับมรดก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบุตรนางนงลักษณ์กับนายอมร หรือศิริ แต่นางนงลักษณ์เป็นภรรยานายอมรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๑ู จึงไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอมร แต่จะเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้วหรือไม่นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าหลักฐานทางสูติบัตรและทะเบียนสำมะโนครัวลงว่านายอมรหรือศิริเป็นบิดาจำเลยที่ ๑ และมีพฤติการณ์ซึ่งเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่า นางนงลักษณ์เป็นภรรยานายอมรมานานและอยู่ร่วมเรือนเดียวกันโดยเปิดเผย นายอมรได้เคยแนะนำนางนงลักษณ์ต่อบุคคลอื่นว่าเป็นภริยา ก่อนนายอมรจะตาย ๔ วัน นายอมรไปที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเพื่อจะแจ้งการเกิดของจำเลยที่ ๑ ด้วยตนเอง แต่ไม่สบายต้องกลับเสียก่อน แล้วให้นางไปล่ไปแจ้งแทน ดังนี้ ฟังได้ว่านายอมรได้รับรองเด็กชายโอภาศจำเลยที่ ๑ เป็นบุตรแล้ว จึงถือว่าเด็กชายโอภาศ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายอมร มีสิทธิรับมรดกได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2510 นายสงัด แจ่มใส ที่ 1 จ่าอากาศเอกสง่า แจ่มใส่ ที่ 2 โจทก์ เด็กชายโอภาศ จารุวัฒนะ โดยนางนงลักษณ์ สุขเจริญ ในฐานะเป็นมารดาผู้ ปกครอง ที่ 1 นางบุญเรือน แจ่มสุขใส ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงัด แจ่มใส ที่ 1 จ่าอากาศเอกสง่า แจ่มใส่ ที่ 2 · ในฐานะเป็นมารดาผู้ - เด็กชายโอภาศ จารุวัฒนะ โดยนางนงลักษณ์ สุขเจริญ · ล. - ปกครอง ที่ 1 นางบุญเรือน แจ่มสุขใส ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · เชื้อ คงคากุล · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 603/2509ฎีกา 1864/2518ฎีกา 3785-3787/2552ฎีกา 406/2510ฎีกา 3208/2538ฎีกา 2087/2523ฎีกา 1368/2534ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1188/2482ฎีกา 174/2524ฎีกา 1016/2485ฎีกา 6291/2554ฎีกา 1251/2500ฎีกา 832/2497ฎีกา 421-422/2508ฎีกา 1937/2526ฎีกา 1249/2493ฎีกา 293-294/2494ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 1028/2564ฎีกา 4302/2528ฎีกา 1375/2508ฎีกา 648/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา