⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 590/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่ไม่ได้อยู่ในคำฟ้อง ถือเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือคำฟ้อง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม แต่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในทางพิพาทโดยไม่วินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากฟ้อง ทางเดินซึ่งตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์กว้าง 6.40 เมตร และโจทก์ใช้เดินเข้าออกเป็นประจำกว้างประมาณ 1.50 เมตร แต่ถ้าเป็นหน้าน้ำทางเฉอะแฉะก็เดินนอกทางที่เดินเป็นประจำนั้นบ้าง เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาโดยไม่ได้ละทิ้ง ทางพิพาททั้งหมดยังคงเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๓๐ ปีมานี้ จำเลยยอมเปิดทางในที่ดินของจำเลยให้โจทก์ได้ออกไปสู่ทางหลวงและลำน้ำเจ้าพระยา และโจทก์ได้ใช้ทางเดินดังกล่าวตลอดมา จึงตกเป็นทางภารจำยอม จำเลยนำเศษไม้เข้ามากองไว้ในทางภารจำยอม ขอให้บังคับจำเลยย้ายกองไม้ออกไป จำเลยให้การร่วมกันว่าทางตามฟ้องไม่ตกเป็นทางภารจำยอม เพราะจำเลยให้โจทก์อาศัยเดิน โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิโดยอำนาจปกปักษ์ กองไม้ไม่ได้ปิดทางที่โจทก์อาศัยเดิน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองทางพิพาทตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนและขัดขวางต่อการครอบครองทางพิพาทของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยขนย้ายกองไม้ออกจากทางพิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม แต่ศาลล่างวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในทางพิพาท โดยไม่วินิจฉัยว่าทางพิพาทในทางภารจำยอมหรือไม่นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำฟ้อง และฟังข้อเท็จจริงว่าการที่โจทก์ใช้ทางพิพาทไม่ใช่เป็นการอาศัยสิทธิของจำเลย แต่เป็นการใช้โดยอำนาจปรปักษ์เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ และฟังว่าทางพิพาทกว้าง ๖.๔๐ เมตร แม้โจทก์จะใช้เดินเข้าออกเป็นประจำกว้างประมาณ ๑.๕๐ เมตร แต่ถ้าเป็นหน้าน้ำทางเฉอะแฉะก็ใช้เดินนอกทางที่เดินเป็นประจำนั้นบ้าง เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาโดยไม่ได้ละทิ้ง ทางพิพาททั้งหมดยังคงเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าไม้ที่จำเลยเอาไปกองไว้ไม่ได้กีดขวางทางที่โจทก์ใช้เดินแต่อย่างใดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นที่โต้เถียงกันในศาลชั้นต้น จำเลยเพิ่งจะมายกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาและไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2510 นายลา มณฑา โจทก์ นางอ่อน สนธิธรรมที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลา มณฑา · ล. - นางอ่อน สนธิธรรมที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 4300/2543ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 2320/2543ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 4415/2528ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 861/2540ฎีกา 6039/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา