คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลวินิจฉัยในประเด็นที่ไม่ได้อยู่ในคำฟ้อง ถือเป็นการวินิจฉัยนอกเหนือคำฟ้อง.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม แต่ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในทางพิพาทโดยไม่วินิจฉัยว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือไม่ เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือจากฟ้อง
ทางเดินซึ่งตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์กว้าง 6.40 เมตร และโจทก์ใช้เดินเข้าออกเป็นประจำกว้างประมาณ 1.50 เมตร แต่ถ้าเป็นหน้าน้ำทางเฉอะแฉะก็เดินนอกทางที่เดินเป็นประจำนั้นบ้าง เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาโดยไม่ได้ละทิ้ง ทางพิพาททั้งหมดยังคงเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๓๐ ปีมานี้ จำเลยยอมเปิดทางในที่ดินของจำเลยให้โจทก์ได้ออกไปสู่ทางหลวงและลำน้ำเจ้าพระยา และโจทก์ได้ใช้ทางเดินดังกล่าวตลอดมา จึงตกเป็นทางภารจำยอม จำเลยนำเศษไม้เข้ามากองไว้ในทางภารจำยอม ขอให้บังคับจำเลยย้ายกองไม้ออกไป
จำเลยให้การร่วมกันว่าทางตามฟ้องไม่ตกเป็นทางภารจำยอม เพราะจำเลยให้โจทก์อาศัยเดิน โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิโดยอำนาจปกปักษ์ กองไม้ไม่ได้ปิดทางที่โจทก์อาศัยเดิน
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองทางพิพาทตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนและขัดขวางต่อการครอบครองทางพิพาทของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยขนย้ายกองไม้ออกจากทางพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม แต่ศาลล่างวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในทางพิพาท โดยไม่วินิจฉัยว่าทางพิพาทในทางภารจำยอมหรือไม่นั้น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำฟ้อง และฟังข้อเท็จจริงว่าการที่โจทก์ใช้ทางพิพาทไม่ใช่เป็นการอาศัยสิทธิของจำเลย แต่เป็นการใช้โดยอำนาจปรปักษ์เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว ทางพิพาทจึงตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ และฟังว่าทางพิพาทกว้าง ๖.๔๐ เมตร แม้โจทก์จะใช้เดินเข้าออกเป็นประจำกว้างประมาณ ๑.๕๐ เมตร แต่ถ้าเป็นหน้าน้ำทางเฉอะแฉะก็ใช้เดินนอกทางที่เดินเป็นประจำนั้นบ้าง เป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์ได้ใช้ทางพิพาทตลอดมาโดยไม่ได้ละทิ้ง ทางพิพาททั้งหมดยังคงเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าไม้ที่จำเลยเอาไปกองไว้ไม่ได้กีดขวางทางที่โจทก์ใช้เดินแต่อย่างใดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นที่โต้เถียงกันในศาลชั้นต้น จำเลยเพิ่งจะมายกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ฎีกาและไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2510
นายลา มณฑา โจทก์
นางอ่อน สนธิธรรมที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลา มณฑา · ล. - นางอ่อน สนธิธรรมที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายช่วย สินเกษม · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา