⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 652/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2510

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องสอดที่เข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) และ (3) มีสิทธิ์เสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ อาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมได้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท ผู้ร้องสอดเข้ามาต่อสู้คดีกับโจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอด แต่ผู้ร้องสอดนำสืบไม่สม ผู้ร้องสอดจึงต้องรับผิดตามคำพิพากษา เมื่อผู้ร้องสอดเข้ายึดถือที่พิพาทโดยปราศจากสิทธิ์ใด ๆ อันจะพึงอ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องสอดจึงต้องถูกบังคับให้รื้อถอนไป หาเป็นการบังคับคดีนอกฟ้องหรือเกินคำขอไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.58 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.149 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดที่ ๑๗๗ เป็นของโจทก์และนายไว เทือกทอง เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ได้ทำสัญญาเช่าที่แปลงนี้บางส่วนทางทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๑ งาน ราคาประมาณ ๖,๐๐๐ บาท เพื่อทำเป็นโรงเก็บรถยนต์ มีกำหนด ๑๐ ปี บัดนี้ครบกำหนด ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ได้บอกให้ออกไป นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ไม่ยอมรื้อถอนไป โจทก์จึงได้ฟ้องขับไล่นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว เป็นสำนวนหนึ่งแล้ว นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ได้ให้จำเลยเช่าช่วงทำเป็นสถานที่รำวง และขายเครื่องดื่มโดยโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย โจทก์ให้จำเลยขนย้ายออกไป จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารตลอดทั้งเรียกค่าเสียหายด้วย จำเลยให้การว่า จำเลยได้เช่าอาคารบ้านเลขที่ ๒๑๕/๑ จากนายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ได้เปิดเป็นโรงรำวงและจำหน่ายสุรา เบียร์ทั้งหลายและน้ำชากาแฟ โดยจำเลยเข้าใจว่าเป็นของนายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว จำเลยขอให้เรียกนายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ผู้ให้เช่าเข้ามาเป็นคู่ความเพื่อต่อสู้คดีกับโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นพ้องด้วย และนายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ก็ไม่คัดค้าน ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ จำเลยแถลงว่าจำเลยได้ออกไปจากที่พิพาทแล้ว ฝ่ายโจทก์ก็แถลงว่าไม่ติดใจเอาค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องให้ขับไล่ทุกคนที่อยู่ในที่พิพาทออกไป ให้ผู้ร้องสอดรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ปัญหาวินิจฉัยที่ผู้ร้องสอดฎีกาว่า การบังคับให้ผู้ร้องสอดรื้อถอนโรงเรือนออกไปจากที่พิพาทเป็นการนอกฟ้องและเกินคำขอนั้น เห็นว่าผู้ร้องสอดได้ร้องเข้ามาต่อสู้คดีกับโจทก์อ้างว่ามีสิทธิ์ในที่พิพาท ผู้ร้องสอดมีโรงเรือนปลูกอยู่ในที่นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๘ บัญญัติว่า ผู้ร้องสอดที่เข้ามาเป็นคู่ความตาม มาตรา ๕๗(๑) และ (๓) มีสิทธิ์เสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ อาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมได้ คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท ผู้ร้องสอดเข้ามาต่อสู้คดีกับโจทก์อ้างว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอด แต่ผู้ร้องสอดนำสืบไม่สม ผู้ร้องสอดจึงต้องรับผิดตามคำพิพากษา ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องสอดเข้ามายึดถือที่พิพาทปลูกสร้างโรงเรียนไว้โดยปราศจากสิทธิ์ใด ๆ อันจะพึงอ้างได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องสอดจึงต้องถูกบังคับให้รื้อถอนไป หาเป็นการบังคับนอกฟ้องหรือเกินคำขอไม่ ฎีกาของผู้ร้องสอดทั้งหมดฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2510 นายล้วน เทือกทอง โจทก์ นายประสม พินธ์ทอง ที่ 1 นางสาวนิรภัย เถระสุวิสะ ที่ 2 ล. นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว ผู้ร้องสอด

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายล้วน เทือกทอง · ล. - นายประสม พินธ์ทอง ที่ 1 นางสาวนิรภัย เถระสุวิสะ ที่ 2 · ผู้ร้องสอด - นายซุ่นจุ๊ย แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สว่าง ภูวะปัจฉิม · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพังงา - นายประกาศ บุณโยดม · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 8277/2551ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2962/2543ฎีกา 1959/2529ฎีกา 533/2521ฎีกา 2610/2538ฎีกา 10842/2558ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา