คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาต้องเป็นไปตามประเด็นที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวแก่ศาลมาแล้วแต่ต้น หรือที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวแก่ศาลชั้นอุทธรณ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นมรดกของมารดา ขอให้ศาลสั่งทำลายหนังสือมอบอำนาจและเพิกถอนนิติกรรมสัญญาให้ที่พิพาทซึ่งทำตามหนังสือมอบอำนาจ เพราะหนังสือมอบอำนาจเป็นโมฆะ เนื่องจากมารดาพิมพ์ลายนิ้วมือขณะที่มีสติฟั่นเฟือนไม่รู้สึกผิดชอบ ดังนี้ โจทก์จะฎีกาว่าที่พิพาทเป็นมรดกของบิดา มารดาไม่มีสิทธิ์ยกที่พิพาทส่วนที่เป็นมรดกของบิดานั้นหาได้ไม่ เพราะเป็นฎีกานอกประเด็นจากที่กล่าวในฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน โจทก์ที่ ๑ ซื้อที่พิพาทแทนบิดาซึ่งเป็นคนต่างด้าว แล้วโจทก์ที่ ๑ ได้โอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทให้มารดา ต่อมาบิดาตาย ส่วนมารดาป่วยเป็นโรคเนื้องอกในกระเพาะอาหาร ได้ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช กลับมาอยู่บ้านประมาณ ๖ เดือนอาการกำเริบทรุดหนัก สติฟั่นเฟือน หลงใหล พูดจาไม่รู้เรื่อง ในระหว่างนี้จำเลยกับพวกได้สมคบให้มารดาพิมพ์ลายนิ้วมือในใบมอบอำนาจให้จำเลยมีอำนาจทำสัญญายกที่พิพาทให้จำเลยเอง ต่อมาได้ทำนิติกรรมให้ที่พิพาทตามหนังสือมอบอำนาจแก่จำเลย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก เมื่อมารดาตายโจทก์จึงทราบการกระทำของจำเลย จำเลยมีเจตนาทุจริตกีดกันมิให้ทายาทอื่นได้รับมรดกของมารดาตามกฎหมาย ขณะที่มารดาพิมพ์ลายนิ้วมือ มารดาป่วยหนักมีสติฟั่นเฟือนหลงใหลไม่รู้สึกผิดชอบ มิใช่เจตนาอันแท้จริงของมารดา หนังสือมอบอำนาจและสัญญาให้จึงเป็นโมฆะ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์และทายาทอื่น ๆ เสียสิทธิ์ในกองมรดกของมารดาขอให้ทำลายหนังสือมอบอำนาจ เพิกถอนนิติกรรมให้ที่พิพาท
จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา บิดาตายก่อน ส่วนมารดาตายหลัง ก่อนมารดาตายได้ยกที่พิพาทให้จำเลย โดยมอบอำนาจให้จำเลยเป็นผู้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนการยกให้แทนต่อพนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก มารดาป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหาร ตั้งแต่เริ่มป่วยจนตายพูดจารู้เรื่อง มีสติสัมปชัญญะดี มารดาแสดงเจตนายกที่พิพาทและมอบอำนาจให้จำเลยทำนิติกรรมแทนด้วยความเต็มใจ ที่พิพาทเป็นของจำเลยไม่ใช่มรดกของมารดา หนังสือมอบอำนาจและนิติกรรมเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับมารดา โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นฟังว่า มารดาทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยทำนิติกรรมแทนในขณะสติดี พิพากษาให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า หนังสือมอบอำนาจและหนังสือยกที่พิพาทให้จำเลยเป็นหนังสือที่ทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ขอให้บังคับตามคำขอไม่ได้
ตามฟ้องโจทก์บรรยายว่า ที่พิพาทเป็นมรดกของมารดา เหตุที่โจทก์ขอให้ศาลสั่งทำลายหนังสือมอบอำนาจและเพิกถอนนิติกรรมสัญญาให้ที่พิพาท เพราะหนังสือมอบอำนาจเป็นโมฆะเนื่องจากมารดาพิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจในขณะที่ป่วยหนัก มีสติฟั่นเฟือนไม่รู้สึกผิดชอบ ฉะนั้น โจทก์จะฎีกาว่าที่พิพาทเป็นมรดกของบิดาไม่ได้ เพราะเป็นฎีกานอกประเด็นจากที่กล่าวในฟ้องศาลฎีกา ไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 692/2510
นายทองห่อ แสงดาว ที่ 1 นายกิม แสงดาว ที่ 2 โจทก์
นางสาวบุญมา แสงดาว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทองห่อ แสงดาว ที่ 1 นายกิม แสงดาว ที่ 2 · ล. - นางสาวบุญมา แสงดาว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครนายก - นายบัญชา กุลทนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอาจิต ไชยาคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา