⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 756/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลต้องวินิจฉัยชี้ขาดตามประเด็นข้อพิพาทที่คู่ความยกขึ้นและศาลจดลงไว้เท่านั้น การนำสืบของคู่ความต้องอยู่ภายในประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ การรับสภาพหนี้เพื่อสะดุดหยุดอายุความต้องกระทำภายในกำหนดอายุความเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ในการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดี ศาลต้องสืบพยานตามประเด็นในข้อพิพาทซึ่งหมายถึงปัญหาใด ๆ ไม่ว่าปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ และศาลจดลงไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท แล้วพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น จำเลยให้การแก้ฟ้องเดิมของโจทก์ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์เพิ่มเติมฟ้องว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ เพราะจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์สองคราว เป็นการชำระหนี้บางส่วน อายุความสะดุดหยุดลงจำเลยให้การปฏิเสธไม่รับรอง คดีจึงมีประเด็นว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้ดังโจทก์อ้างหรือไม่ ซึ่งโจทก์ย่อมนำสืบได้ และโจทก์มีหน้าที่นำสืบได้ตามประเด็นนี้เท่านั้น โจทก์จะนำสืบถึงการที่จำเลยชำระหนี้คราวอื่นอีกไม่ได้ เป็นการสืบฟ้องนอกประเด็น สิทธิ์เรียกร้องเอาค่าเช่าค้างโดยบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(6) มีอายุความ 2 ปี และจะฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าค้างตามหนังสือรับสภาพหนี้ก็ต้องฟ้องภายใน 2 ปีนับแต่วันรับสภาพหนี้ การรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ต้องเป็นการรับสภาพหนี้ภายในกำหนดอายุความ ถ้าเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดอายุความแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะสะดุดหยุดลงอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าเช่าและค่าพาหนะในการที่โจทก์ไปตรวจโต๊ะบิลเลียด จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ จำเลยผ่อนชำระให้บางส่วน โจทก์ได้ทวงถามที่ค้างจำเลยก็ไม่ชำระ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ค่าเช่าค้างไม่เท่าที่โจทก์ฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว ที่โจทก์เพิ่มเติมฟ้อง เป็นการตั้งหลักฐานสิทธิ์เรียกร้องขึ้นใหม่ จะมีดังอ้างหรือไม่ ไม่รับรอง จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า จำเลยเป็นผู้ค้ำประกันจริง หนังสือรับรองค่าเช่า จำเลยเซ็นในฐานะพยาน และต่อสู้ทำนองเดียวกับจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยได้ผ่อนการชำระเงินให้โจทก์โดยมิได้ขอแก้คำขอท้ายฟ้อง มิใช่ข้อสำคัญถึงกับจะทำให้ฟ้องเพิ่มเติมของโจทก์เสียไป ปัญหาว่าโจทก์จะนำสืบถึงการชำระหนี้ของจำเลยซึ่งโจทก์มิได้บรรยายในฟ้องหรือฟ้องเพิ่มเติม จะได้หรือไม่นั้น เห็นว่า ในการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดี ศาลต้องสืบพยานตามประเด็นในข้อพิพาท ซึ่งหมายถึงปัญหาใด ๆ ไม่ว่าปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่คู่ความฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้าง และคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งไม่รับ และศาลจดลงไว้เป็นประเด็นข้อพิพาท แล้วพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น จำเลยให้การแก้ฟ้องเดิมของโจทก์ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ โจทก์เพิ่มเติมฟ้องว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ เพราะจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์สองคราวเป็นการชำระหนี้บางส่วน อายุความสะดุดหยุดลง จำเลยให้การปฏิเสธไม่รับรอง คดีจึงมีประเด็นว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้ดังโจทก์อ้างหรือไม่ ซึ่งโจทก์ย่อมนำสืบได้ และโจทก์มีหน้าที่นำสืบได้ตามประเด็นนี้เท่านั้น โจทก์จะนำสืบถึงการที่จำเลยชำระหนี้คราวอื่นอีกไม่ได้ เป็นการสืบฟ้องนอกประเด็น ส่วนปัญหาที่ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่นั้น เห็นว่า โจทก์เป็นบุคคลจำพวกที่ค้าในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๕(๖) สิทธิ์เรียกร้องเอาค่าเช่าค้างจึงมีกำหนดอายุความเพียง ๒ ปี โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเช่าค้างตามหนังสือรับสภาพหนี้ ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๐๑ ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องจำเลยภายใน ๒ ปี คือ ภายในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๐๓ แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๖ พ้นกำหนดเวลา ๒ ปีแล้ว การที่จำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ ๒ คราว ๆ ละ ๑๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ และ ๒ ตุลาคม ๒๕๐๕ จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒ หรือไม่นั้น เห็นว่า การรับสภาพหนี้ตามมาตรา ๑๗๒ ต้องเป็นการรับสภาพหนี้ภายในกำหนดอายุความ คือระหว่างระยะเวลาที่อายุความกำลังเดินอยู่ ถ้าเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดอายุความแล้ว ก็ไม่มีอะไรจะสะดุดหยุดลงอีก ฉะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงแห่งคดีรับฟังได้เพียงว่า จำเลยได้ผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์ ๒ คราว เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ และ ๒ ตุลาคม ๒๕๐๕ อันเป็นระยะเวลาที่พ้นกำหนดอายุความแล้ว จึงไม่มีอายุความสะดุดหยุดลงอีก พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2510 นายสิงห์โต นาคสุวรรณ โจทก์ สิบตำรวจโทจำเนียร งามขำ ที่ 1 นายไพบูลย์ มณีปันตี ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสิงห์โต นาคสุวรรณ · ล. - สิบตำรวจโทจำเนียร งามขำ ที่ 1 นายไพบูลย์ มณีปันตี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · ศริ มลิลา · จินตา บุณยอาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายล้วน นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - นายประเทือง ชลายน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1531/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 4484/2536ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา