คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การตามมาตรา 180 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้พิจารณาจากกำหนดเวลาที่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน
2. การผิดนัดไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์เกิดขึ้นเมื่อจำเลยขอผัดโอนที่ดินไปหลังวันที่ที่ตกลงกันไว้แล้วโจทก์มิได้ตกลงด้วย
ย่อคำพิพากษา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 (2) มิได้ถือเอากำหนดเวลาที่คู่ความฝ่ายที่ขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ อาจยื่นคำร้องได้ก่อนการชี้สองสถานหรือก่อนกำหนดเวลาชี้สองสถานเป็นเกณฑ์ แต่มาตรา 180 (2) ถือเอากำหนดที่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน เหตุนี้ ถ้าหากจำเลยทราบเหตุที่จะขอแก้คำให้การในวันชี้สองสถานนั้นเอง แม้จะทราบก่อนกำหนดเวลาที่เริ่มมีการชี้สองสถาน ก็ไม่เป็นเหตุที่จะไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยขอผัดโอนที่ให้แก่โจทก์ไปไม่เกินวันที่ 15 โจทก์มีหนังสือตอบตกลงไปจำเลยกลับขอผัดไปหลังวันที่ 15 โจทก์มิได้ตกลงด้วย ดังนี้ ถือว่าจำเลยผิดนัดไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรังวัดแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์
จำเลยสู้ว่าจำเลยพร้อมที่จะแบ่งแยก ได้มีหนังสือให้โจทก์นัดวันไปแบ่งแยกแต่โจทก์เงียบไป โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย และตามสัญญาโจทก์รับเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน
เมื่อชี้สองสถานแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ที่ทนายจำเลยอ้างว่าไม่มีโอกาสยื่นแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การ เพราะยังไม่ได้สอบข้อเท็จจริงนั้น ทนายจำเลยชอบที่จะแถลงขอเลื่อนการชี้สองสถานแต่ทนายจำเลยก็ยังคงให้มีการชี้สองสถานไป มิได้ยื่นคำร้องขอแก้คำให้การก่อนมีการชี้สองสถาน คำร้องของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้อง แล้วพิจารณาพิพากษาให้จำเลยไปจัดการยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกที่พิพาทเพื่อออกโฉนดใหม่ เฉพาะส่วนของโจทก์ โดยให้โจทก์เป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๐ (๒) มิได้ถือเอากำหนดเวลาที่คู่ความฝ่ายที่ขอแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การอาจยื่นคำร้องได้ก่อนการชี้สองสถานหรือก่อนกำหนดเวลาชี้สองสถานเป็นเกณฑ์ แต่มาตรา ๑๘๐ (๒) ถือเอากำหนดที่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนวันชี้สองสถาน เหตุนี้ถ้าหากจำเลยทราบเหตุที่จะขอแก้คำให้การในวันชี้สองสถานนั้นเอง แม้จะทราบก่อนกำหนดเวลาที่เริ่มมีการชี้สองสถาน ก็ไม่เป็นเหตุที่จะไม่อนุญาตให้แก้ แต่ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ภรรยาจำเลยได้รับหนังสือทนายโจทก์แล้วไม่ส่งให้จำเลย เพราะเตรียมการทำบุญฉลองกุฎิพระ แล้วจำเลยจึงได้นำเอาไปให้ทนายในวันชี้สองสถานนั้น เป็นพฤติการณ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ไม่สนใจระมัดระวังผลประโยชน์ของตนตามสมควร จะอ้างเป็นเหตุแสดงว่าไม่อาจยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การได้ก่อนวันชี้สองสถานหาได้ไม่ และคดีก็ไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่มีเหตุที่จะให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การใหม่ได้ คดีฟังได้ว่าจำเลยขอผัดโอนที่ให้แก่โจทก์ไปไม่เกินวันที่ ๑๕ โจทก์มีหนังสือตอบตกลงไป จำเลยกลับขอผัดไปหลังวันที่ ๑๕ โจทก์มิได้ตกลงด้วย ดังนี้ ถือว่าจำเลยผิดนัดไม่โอนที่ดินให้แก่โจทก์แล้ว
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2510
นาวาเอกบรรจบ แม้นจักร ร.น. โจทก์
นายพยอม พุทธสีลาศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาวาเอกบรรจบ แม้นจักร ร.น. · จำเลย - นายพยอม พุทธสีลาศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์ · ลออง จุลกะเศียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิกรม เมาลานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา