⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 907/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำร้องที่ยื่นภายหลังคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว แม้จะยื่นภายในกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ ก็ไม่ถือเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าอุทธรณ์ไม่มีข้อความเป็นอุทธรณ์ จึงไม่รับโจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ แล้วต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับยื่นอุทธรณ์ใหม่อีก 1 ฉบับ (ภายในอายุความอุทธรณ์) ขอให้ศาลชั้นต้นรวมสำนวนส่งไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ดังนี้ เมื่อปรากฏความประสงค์อันชัดแจ้งของโจทก์ที่ยื่นอุทธรณ์ฉบับใหม่เข้ามาเพื่อจะขอแก้อุทธรณ์ฉบับเดิมและให้ถือเอาอุทธรณ์ฉบับใหม่เป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์ฉบับเดิม มิใช่เป็นการยื่นอุทธรณ์ใหม่เป็นอีกฉบับหนึ่งแยกต่างหากจากฉบับเดิม อุทธรณ์ฉบับใหม่หาได้มีสภาพเป็นอุทธรณ์โดยแท้ไม่ หากมีสภาพเป็นทำนองคำแถลงประกอบอุทธรณ์ฉบับเดิมเท่านั้น และอุทธรณ์ฉบับเดิมที่ศาลสั่งไม่รับก็ไม่มีข้อความเป็นอุทธรณ์ทั้งคำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว มีผลเท่ากับไม่มีอุทธรณ์ฉบับเดิมเป็นหลักอ้างอิงที่จะนำเอาอุทธรณ์ฉบับใหม่ประกอบการพิจารณา จึงไม่มีปัญหาจะต้องพิจารณาและวินิจฉัยว่าอุทธรณ์ฉบับใหม่มีสภาพเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ฉนั้นการที่จะรับอุทธรณ์ฉบับใหม่ของโจทก์ไว้ตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาก็ไม่มีประโยชน์อันใดอันจะพึงเกิดแก่คดีของโจทก์ จึงไม่รับอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.193 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์นี้ไม่มีข้อความเป็นอุทธรณ์จึงไม่รับ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ ต่อมาวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๙ โจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับยื่นอุทธรณ์ใหม่อีก ๑ ฉบับ ขอให้ศาลชั้นต้นรวมสำนวนส่งไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาต่อไป ศาลชั้นต้นให้รวมสำนวนส่งไปยังศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ไม่มีข้อความเป็นอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์จึงถูกต้องให้ยกคำร้อง ส่วนที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นเข้ามาใหม่อีกฉบับหนึ่ง โดยมีคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งรวมสำนวนส่งศาลอุทธรณ์นั้น ศาลชั้นต้นยังไม่ได้รับ จึงให้ศาลชั้นต้นตรวจสั่งอุทธรณ์ดังกล่าว (ฉบับลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๙) ต่อไป ศาลชั้นต้นได้สั่งว่า เป็นอุทธรณ์ที่โจทก์ประสงค์เสนอเข้ามาในสำนวนประกอบอุทธรณ์ฉบับเดิม ทำนองคำแถลงเท่านั้นจึงไม่ใช่อุทธรณ์ที่จะพึงสั่งรับเป็นอุทธรณ์ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งโจทก์ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๙ ศาลมีคำสั่งไม่รับ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง แสดงว่ายืนยันยื่นอุทธรณ์ฉบับนั้นอยู่ การที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ฉบับนี้เข้ามาอีกจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ วรรค ๒ จึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๙ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๑๐) ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำร้องอุทธรณ์คำสั่งฉบับลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๑๐ เพียงแต่ยืนยันว่าเป็นอุทธรณ์ที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ได้ระบุข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ วรรค ๒ ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏความประสงค์อันชัดแจ้งของโจทก์ที่ยื่นอุทธรณ์ฉบับใหม่ (ฉบับลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๐๙) เข้ามาเพื่อจะขอแก้อุทธรณ์ฉบับเดิม และให้ถือเอาอุทธรณ์ฉบับใหม่เป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์ฉบับเดิม มิใช่เป็นการยื่นอุทธรณ์ใหม่เป็นอีกฉบับหนึ่งต่างหากจากฉบับเดิม หรือเป็นการยื่นอุทธรณ์ซ้อนอุทธรณ์ฉบับเดิม ดังนี้ ถือได้ว่าอุทธรณ์ฉบับใหม่ที่โจทก์ยื่นหาได้มีสภาพเป็นอุทธรณ์โดยแท้ไม่ หากมีสภาพเป็นทำนองคำแถลงประกอบอุทธรณ์ฉบับเดิมเท่านั้นจึงไม่มีปัญหาจะต้องพิจารณาและวินิจฉัยว่า อุทธรณ์ฉบับใหม่มีสภาพเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เมื่อปรากฏว่าอุทธรณ์ฉบับเดิมศาลมีคำสั่งไม่รับเพราะเป็นอุทธรณ์ที่ไม่มีข้อความเป็นอุทธรณ์ คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ถึงที่สุดแล้ว ก็มีผลเท่ากับไม่มีอุทธรณ์เดิมอยู่เป็นหลักอ้างอิง ที่จะนำเอาอุทธรณ์ฉบับใหม่ไปประกอบการพิจารณา โดยถือเอาเป็นส่วนหนึ่งของอุทธรณ์ฉบับเดิม หรือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ ฉบับเดิมดังโจทก์ประสงค์ได้ ฉนั้นการที่จะรับอุทธรณ์ฉบับใหม่ของโจทก์ไว้ตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมา ก็ไม่มีประโยชน์อันใด จะพึงบังเกิดแก่คดีของโจทก์ พิพากษายืนตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ในผลที่ไม่รับอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2510 นายบุญนาค ไชยกิจ โจทก์ นายเขียน ธรรมแสง ที่ 1 นางสุก ธรรมแสง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญนาค ไชยกิจ · จำเลย - นายเขียน ธรรมแสง ที่ 1 นางสุก ธรรมแสง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเบตง - นายบุญส่ง วรรณกลาง · ศาลอุทธรณ์ - นายสัญชัย สัจจวานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 7122/2545ฎีกา 2053/2528ฎีกา 2328/2533ฎีกา 5779/2530ฎีกา 1646/2546ฎีกา 2147/2521ฎีกา 3136/2524ฎีกา 369/2522ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1228/2510ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 9704/2558ฎีกา 2794/2516ฎีกา 8543/2544ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา