⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1198-1199/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198-1199/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* เมื่อกฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดชำระค่าอากรค้างไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับซ้ำอีกไม่ได้ * ค่าฤชาธรรมเนียมที่ผู้ร้องเสียไปในการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ ไม่ใช่หนี้อุปกรณ์ของหนี้ภาษีอากร ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าฤชาธรรมเนียมในฐานะเจ้าหนี้สามัญเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ประมวลรัษฎากรบัญญัติให้เรียกเงินเพิ่มสองเท่า และให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ 1 ต่อเดือนอีกด้วย จึงแสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่า กฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระค่าหนี้อากรที่ค้างไว้โดยเฉพาะแล้ว ฉะนั้น จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ การดำเนินกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 ย่อมมีค่าฤชาธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนดไว้เมื่อศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิศาลก็ย่อมสั่งให้ผู้ร้องได้รับชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่เสียไปในการดำเนินกระบวนพิจารณาของผู้ร้องได้. แต่ค่าฤชาธรรมเนียมนี้ไม่เป็นบุริมสิทธิ ไม่ใช่หนี้อุปกรณ์ของหนี้ภาษีอากร เพราะมิได้เกิดขึ้นและสิ้นไปตามหนี้ภาษีอากร ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าฤชาธรรมเนียมในฐานเจ้าหนี้สามัญเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลรัษฎากร ม.89

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้คู่ความประนีประนอมยอมความ จำเลยยอมใช้เงินกู้แก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินขายทอดตลาดราคา ๑๐,๗๐๐ บาท ต่อมามีผู้ร้อง คือ ๑. กรมสรรพากรยื่นคำร้องว่า จำเลยค้างชำระค่าภาษีการค้าพ.ศ. ๒๕๐๘ จำนวน ๒ งวด เป็นเงิน ๖๔๐ บาท รายได้จังหวัด หรือ ร.ว.๖๔ บาท และไม่ยื่นแบบแสดงรายการการค้ารายเดือน ต้องเสียเบี้ยปรับ ๒ เท่าเป็นเงินภาษีการค้า ๑,๒๘๐ บาท เงินเพิ่มร้อยละ๑ ต่อเดือน คิดเป็นเงิน ๑๒๘ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒,๐๔๘ บาทเป็นหนี้บุริมสิทธิสามัญขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น คือ ภาษีการค้า ๒,๐๔๘ บาท ดอกเบี้ยในจำนวนนี้ร้อยละ ๗ เศษ๑/๒ จนกว่าจะชำระเสร็จ เงินเพิ่มร้อยละ๑ ต่อเดือน และค่าฤชาธรรมเนียม ๒. จังหวัดนครศรีธรรมราชยื่นคำร้องว่า จำเลยค้างชำระเงินรายได้จังหวัด (ร.ว.) จากภาษีการค้าในข้อ ๑.ข้างต้น ๖๔ บาทเบี้ยปรับ ๒ เท่า ๑๒๘ บาท เงินเพิ่มร้อยละ ๑ ต่อเดือน เป็นเงิน๑๒.๘๐ บาท คงค้างทั้งสิ้น ๒๐๔.๘๐ บาท เป็นหนี้บุริมสิทธิ จึงขอรับชำระหนี้ก่อน คือ ค่าภาษีเงิน ร.ว.๒๐๔.๘๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ๗ เศษ๑/๒ ต่อปี เงินเพิ่มร้อยละ ๑ กับค่าฤชาธรรมเนียม จำเลยไม่โต้แย้งคำร้องของผู้ร้องแต่ประการใด ฝ่ายโจทก์แถลงไม่ขัดข้องในการขอรับเงินค่าภาษีและเบี้ยปรับสองเท่ากับเงินเพิ่มร้อยละ ๑ ของผู้ร้องทั้งสอง แต่ดอกเบี้ยร้อยละ ๗ เศษ๑/๒ ต่อปี ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะเรียกร้องได้ ส่วนค่าธรรมเนียมค่าทนายความนั้น ผู้ร้องไม่มีสิทธิจะได้รับ ไม่ว่าด้วยกรณีใด ๆทั้งสิ้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องฉบับแรก ผู้ร้องมีบุริมสิทธิในจำนวนเงิน ๖๔๐ บาท เบี้ยปรับ ๒ เท่า ๑,๒๘๐ บาท เงินเพิ่มร้อยละ๑ จำนวน ๑๒๘ บาท แต่ดอกเบี้ยไม่รวมอยู่ในเงินค่าภาษีอากร ค่าธรรมเนียมเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีผู้ร้องทำขึ้นมาเองไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้เรียกร้องกันได้ จึงไม่มีบุริมสิทธิตามคำร้องฉบับที่สอง ก็คงมีบุริมสิทธิเฉพาะรายได้จังหวัด ๖๔ บาทเบี้ยปรับ ๑๒๘ บาท เงินเพิ่มร้อยละ ๑ เป็นเงิน ๑๒.๘๐ บาทส่วนดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมไม่เป็นบุริมสิทธิ จึงอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิได้ทั้งสองรายการจำนวนดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับดอกเบี้ยนั้น เมื่อประมวลรัษฎากรบัญญัติให้เรียกเงินเพิ่มสองเท่า และให้เสียเงินเพิ่มร้อยละ ๑ ต่อเดือนอีกด้วยแล้ว ก็แสดงให้เห็นอย่างแจ้งชัดว่ากฎหมายได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้อากรที่ค้างไว้โดยเฉพาะ จะนำเอาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิจะได้รับดอกเบี้ยดังที่ร้องขอมา ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๘๙ บัญญัติให้เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอต่อศาลในกรณีนี้ได้ก่อนส่งคำบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๙ การดำเนินกระบวนพิจารณาตามมาตรา ๒๘๙ นี้ ย่อมมีค่าฤชาธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนดไว้ความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๑๖๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิศาลก็ย่อมสั่งให้ผู้ร้องได้รับชดใช้ค่าธรรมเนียมที่เสียไปในการดำเนินกระบวนพิจารณาของผู้ร้องได้ด้วยแต่เฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมนี้ไม่เป็นหนี้บุริมสิทธิที่ผู้ร้องจะเรียกร้องเอาดุจเป็นหนี้ภาษีอากรด้วย เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นไปในทำนองนั้น และไม่ใช่หนี้อุปกรณ์ของหนี้ภาษีอากรเพราะมิได้เกิดขึ้นและสิ้นไปตามหนี้ภาษีอากร ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ค่าฤชาธรรมเนียมในฐานเป็นเจ้าหนี้สามัญเท่านั้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เฉพาะในส่วนค่าฤชาธรรมเนียมของผู้ร้องทั้งสามศาลว่า ให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยหนี้ในทรัพย์สินของจำเลยได้ในฐานเจ้าหนี้สามัญ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1198 - 1199/2511 นางอำพัน สายสุวรรณ โจทก์ นายไสว มีแก้ว ที่ 1 นายปลื้ม มีแก้ว ที่ 2 จำเลย กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดีกรมสรรพากร ผู้ร้อง นางอำพัน สายสุวรรณ โจทก์ นายไสว มีแก้ว ที่ 1 นายปลื้ม มีแก้ว ที่ 2 จำเลย จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายเหรียญ สร้อยสนธ์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอำพัน สายสุวรรณ · จำเลย - นายไสว มีแก้ว ที่ 1 นายปลื้ม มีแก้ว ที่ 2 · ผู้ร้อง - กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดีกรมสรรพากร · โจทก์ - นางอำพัน สายสุวรรณ · จำเลย - นายไสว มีแก้ว ที่ 1 นายปลื้ม มีแก้ว ที่ 2 · สร้อยสนธ์ - จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายเหรียญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · ถาวร หุตะโกวิท · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1345/2532ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 2165/2542ฎีกา 79/2501ฎีกา 3651/2526ฎีกา 1781/2509ฎีกา 5378/2544ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2794/2526ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481ฎีกา 533/2521ฎีกา 462/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา