⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1298/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับจำนวนค่าเช่าที่ค้างชำระหรือไม่นั้น ต้องห้ามอุทธรณ์ในชั้นฎีกาตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินที่จำเลยเช่า มีค่าเช่าเพียงปีละ 400 บาท และโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 966.57 บาท เท่านั้น โจทก์จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้ในชั้นฎีกา ตามคำฟ้องฎีกาและคำแก้ฎีกามีประเด็นแต่เฉพาะในปัญหาข้อเท็จจริงว่า จำเลยค้างชำระค่าเช่าหรือไม่เท่านั้น เมื่ออุทธรณ์ข้อนี้เป็นข้อเท็จจริง ย่อมต้องห้ามอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ในชั้นฎีกาก็ต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาจำเลยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัย ค่าเช่าปีละ ๔๐๐ บาท สัญญาเช่าหมดอายุ จำเลยผิดสัญญา โดยผิดนัดค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ งวดติด ๆ กัน โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่และชำระค่าเช่าที่ค้าง ๙๖๖.๕๗ บาท ฯลฯ จำเลยให้การว่าไม่เคยผิดนัด ฯลฯ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยมิได้ติดค้างชำระค่าเช่า พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยค้างชำระพิพากษากลับเป็นให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินที่จำเลยเช่ามีค่าเช่าเพียงปีละ ๔๐๐ บาทและโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระถึงวันฟ้องรวมเป็นเงินจำนวน๙๖๖.๕๗ บาท เท่านั้น ฉะนั้นโจทก์จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔และวินิจฉัยต่อไปว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชำระค่าเช่า และฟังว่าจำเลยค้างชำระค่าเช่าโจทก์๒ ปีเศษจริง จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นในชั้นฎีกาตามคำฟ้องฎีกาและคำแก้ฎีกามีประเด็นแต่เฉพาะในปัญหาข้อเท็จจริงว่า จำเลยค้างชำระค่าเช่าดังกล่าวหรือไม่เท่านั้น เมื่ออุทธรณ์ข้อนี้เป็นข้อเท็จจริงย่อมต้องห้ามอุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยให้ ในชั้นฎีกาก็ต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้มีการยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาจำเลยให้ไม่ได้ ทั้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ก็หามีผลบังคับแก่คดีไม่ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2511 นายสุดจิตร วัฒนจันทร์ โจทก์ นายประสิทธิ์ ชาติแขก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุดจิตร วัฒนจันทร์ · จำเลย - นายประสิทธิ์ ชาติแขก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศิริ กลัมพะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9151/2539ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 891/2538ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1304/2553ฎีกา 5246/2548ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1168/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา