⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1397/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมมีผลเฉพาะกับผู้รับบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนเท่านั้น ไม่รวมถึงคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม และการรับบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ถือว่าไม่สมบูรณ์ คู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมจึงมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

บุตรบุญธรรมย่อมเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น ไม่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมด้วย แม้ผู้รับบุตรบุญธรรมถึงแก่ความตายการเป็นบุตรบุญธรรมก็ไม่ขาด การจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมหลังจากใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัวแล้วแม้สามีภริยาซึ่งแต่งงานกันมาก่อนตามกฎหมายลักษณะผัวเมียก็ไม่มีสิทธิจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรส การที่บุตรบุญธรรมยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดของผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งถึงแก่ความตาย ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม คู่สมรสนั้นมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมซึ่งไม่สมบูรณ์ได้ แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะมิได้บัญญัติให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมไว้โดยตรง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1584 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1586 พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาขุนเจนจบทิศตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๒ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อวันที่ ๗ มกราคม๒๕๐๓ โดยมีนางบุญธรรม ยงใจยุธ ซึ่งจดทะเบียนสมรสกับขุนเจนจบทิศในภายหลัง เป็นผู้ให้ความยินยอม โจทก์ได้ฟ้องนางบุญธรรมในกรณีดังกล่าว การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมไม่มีผล เพราะไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และเป็นเล่ห์เหลี่ยมของนางบุญธรรมหวังจะให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของขุนเจนจบทิศ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้พิพากษาว่าทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเป็นโมฆะ จำเลยต่อสู้ว่า ก่อนขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมได้หย่าขาดจากโจทก์แล้ว ไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์คู่สมรสของขุนเจนจบทิศจะให้หรือมิให้ความยินยอม ก็ไม่ทำให้การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเป็นโมฆะ การจดทะเบียนกระทำโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง คู่ความรับกันว่า ๑. ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อ ๗ มกราคม ๒๕๐๓โดยนางบุญธรรมขณะอยู่กินเป็นภริยาสามีกับขุนเจนจบทิศโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นผู้ให้ความยินยอม โจทก์มิได้รู้เห็นด้วย ๒. นางบุญธรรมจดทะเบียนสมรสกับขุนเจนจบทิศเมื่อ ๓ มีนาคม ๒๕๐๓ขุนเจนจบทิศตายเมื่อ ๓ มีนาคม ๒๕๐๕ ศาลฎีกาชี้ขาดแล้วว่าการสมรสระหว่างขุนเจนจบทิศกับนางบุญธรรมเป็นโมฆะ ส่วนโจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของขุนเจนจบทิศ ๓. เมื่อขุนเจนจบทิศตาย นางบุญธรรมในฐานะส่วนตัวได้ขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศจากทางราชการ ส่วนจำเลยโดยนางบุญธรรมเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ได้ยื่นคำร้องขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศด้วยเหมือนกัน ๔. โจทก์ไม่เคยบอกล้างนิติกรรมจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรมรายนี้ โจทก์อ้างสำนวนคดีแพ่งแดงที่ ๒๓๗๖/๒๕๐๖ เป็นพยาน แล้วคู่ความไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พิพากษาว่าการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของขุนเจนจบทิศเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔, ๑๑๓ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นภริยานั้น การมิได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔ ประกอบกับพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๒๒ จึงไม่สมบูรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกาหลายประการรวมทั้งเรื่องอำนาจฟ้องด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรยกฎีกาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยก่อนจำเลยฎีกาว่าไม่มีกฎหมายให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ประการหนึ่ง และการที่ขุนเจนจบทิศรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม ก็ไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกประการหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่า โดยนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๘๖ บุตรบุญธรรมย่อมเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ที่จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเท่านั้น ฉะนั้นในกรณีที่ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม แม้ต่อมาขุนเจนจบทิศถึงแก่กรรม ความเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งจำเลยเคยมีมาก็ย่อมมีต่อไปตามเดิม การที่จำเลยแถลงรับว่าเมื่อขุนเจนจบทิศถึงแก่กรรมลงแล้ว จำเลย (โดยนางบุญธรรมเป็นผู้แทน) ได้ยื่นขอรับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศต่อทางราชการนั้น พอถือได้ว่าเป็นการดำเนินการตามเล่ห์เหลี่ยมของนางบุญธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินของขุนเจนจบทิศตามที่กล่าวในคำฟ้องการกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ในฐานะเป็นภริยาของขุนเจนจบทิศซึ่งมีสิทธิจะได้รับบำเหน็จตกทอดของขุนเจนจบทิศตามกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุดังกล่าว แม้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะมิได้บัญญัติให้ฟ้องเพิกถอนการรับบุตรบุญธรรมไว้โดยตรงก็ดี ข้อที่จำเลยฎีกาว่า ความสัมพันธ์ในครอบครัวระหว่างโจทก์กับขุนเจนจบทิศเป็นไปตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ในการรับบุตรบุญธรรมจึงไม่ต้องรับความยินยอมจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๘๔ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม เพิ่งทำภายหลังที่ได้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ แล้ว โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ก็ดีพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ ก็ดี มิได้บัญญัติไว้ ณ ที่ใดเลยว่าในกรณีเช่นนี้ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากภริยาตามที่มาตรา ๑๕๘๔ บัญญัติไว้ดังนั้นที่ขุนเจนจบทิศจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม จึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๔ คือต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาก่อน แม้จะไม่ใช่ภริยาที่อยู่กินร่วมกัน ก็ไม่เป็นเหตุให้ขุนเจนจบทิศมีสิทธิจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมได้โดยลำพัง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2511 นางทองดี ยงใจยุธ (หม้าย) โจทก์ เด็กหญิงเทพิน ยงใจยุธ หรือขำดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทองดี ยงใจยุธ (หม้าย) · จำเลย - เด็กหญิงเทพิน ยงใจยุธ หรือขำดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธ์ นัยวิฑิต · วิเชียร เศวตรุนทร์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอาทิตย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม เพชรคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา