⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1494/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1494/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องขัดทรัพย์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ว่าตนมีสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าทรัพย์สินเป็นของผู้ร้อง แม้จะเป็นของผู้มีส่วนได้เสียอื่น ก็ไม่มีเหตุให้ถอนการยึด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องขัดทรัพย์กล่าวอ้างว่า ที่ดินมือเปล่าซึ่งโจทก์นำยึดเป็นของตน ซื้อจากจำเลยกับภริยา และครอบครองมาเกิน 1 ปี โดยให้ผู้อื่นเช่าทำนาตลอดมา โจทก์ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยจำนองสหกรณ์ไว้ยังมิได้ไถ่ถอน จำเลยกับภริยาไม่ได้ขาย และมิได้มอบการครอบครองให้แก่ผู้ร้อง สัญญาซื้อขายทำโดยไม่สุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ เมื่อขณะโจทก์นำยึด มีผู้อื่นเช่าทำนาอยู่ โจทก์ปฏิเสธการครอบครองของผู้ร้อง ผู้ร้องย่อมมีหน้าที่นำสืบก่อน เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องแม้จะฟังว่าเป็นของภริยาจำเลย ก็ไม่มีเหตุที่จะถอนการยึดให้ผู้ร้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องจากโจทก์ นำยึดที่นา ๒ แปลง เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา โดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า ที่นาพิพาทเป็นของผู้ร้องซื้อจากจำเลยและภริยาตามสัญญาซื้อขาย ผู้ร้องครอบครองเป็นเจ้าของ ขอให้ถอนการยึด โจทก์ต่อสู้ว่า ที่นาพิพาทเป็นของจำเลย จำเลยจำนองสหกรณ์ไว้ยังมิได้ไถ่ถอนจำเลยกับภริยามิได้ขายและมอบการครอบครองให้ผู้ร้องสัญญาซื้อขายทำขึ้นโดยไม่สุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า ประเด็นหน้าที่นำสืบตกแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องคัดค้านว่าโจทก์ต้องนำสืบก่อน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า ที่นาพิพาทเป็นของจำเลย มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่นาพิพาทเป็นของจำเลยและภริยาฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องซื้อที่นาพิพาทจากจำเลยกับภริยาและรับมอบมาครอบครอง ในปัญหาหน้าที่นำสืบ ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ร้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นของตน ได้ซื้อจากจำเลยกับภริยา ผู้ร้องครอบครองมาเกิน ๑ ปีโดยให้ผู้อื่นเช่าทำนาตลอดมา โจทก์ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยจำนองสหกรณ์ไว้ยังมิได้ไถ่ถอน จำเลยกับภริยามิได้ขาย และมิได้มอบการครอบครองให้ผู้ร้อง สัญญาซื้อขายทำโดยไม่สุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ที่นาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า ขณะโจทก์นำยึดมีผู้อื่นเช่าทำนาอยู่เมื่อผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ครอบครอง แต่โจทก์ปฏิเสธ หน้าที่นำสืบก่อนย่อมตกแก่ผู้ร้อง ปัญหาที่ผู้ร้องฎีกาว่า ที่พิพาท ๑ แปลงใน ส.ค.๑ ลงชื่อภริยาจำเลยซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสและปกครองนานั้นมาเป็นสัดส่วน ก็ชอบที่จะแยกส่วนของภริยาจำเลยให้เป็นของผู้ร้องตามสัญญาซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับภริยาจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องซื้อที่พิพาทและรับมอบมาทำการครอบครอง เมื่อมีพิพาทมิใช่ของผู้ร้อง ย่อมไม่มีเหตุที่จะถอนการยึดให้ผู้ร้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1494/2511 นางกุหลาบ ส้มแก้ว โจทก์ นายทา ชมภูพื้น จำเลย นายนา สังข์ศิลา ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกุหลาบ ส้มแก้ว · จำเลย - นายทา ชมภูพื้น · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายนา สังข์ศิลา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธี โรจนธรรม · ไฉน บุญยก · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแถม กุลนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ อิศระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 13107/2556ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 7677/2557ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1492/2510ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 848/2534ฎีกา 635/2511ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 963/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา