คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเป็นเพื่อป้องกันภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัว โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องรับโทษ
ย่อคำพิพากษา
มีผู้นำช้างไปล่ามไว้ใกล้กับสวนของจำเลยโดยจำเลยไม่รู้ กลางคืนช้างหลุดจากโซ่ พังรั้วลวดหนามเข้าไปในสวนของจำเลย ซึ่งมีบ้านพักของจำเลยกับคนงานปลูกอยู่คนงานได้ยินเสียงหักขัาวโพดจึงบอกจำเลย จำเลยถือปืนเดินไปดูกับคนงาน จำเลยโผล่จากไร่ข้าวโพดพบช้างอยู่กลางไร่ข้าวโพดห่างประมาณ 4 วา โดยไม่ทันรู้ตัวและกำลังเดินเข้ามาหาจำเลย จำเลยเข้าใจว่าเป็นช้างป่า ซึ่งยังมีอยู่ในป่าบริเวณไร่ของจำเลย จึงผลักคนงานให้หลบแล้วเอาปืนยิงช้างไป 2 นัดแล้ววิ่งหนี ดังนี้ ถือว่าการที่จำเลยยิงช้างของผู้เสียหาย เป็นการตัดสินใจโดยกระทันหันด้วยความจำเป็นเพื่อให้พ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวจำเลยกับคนงาน โดยจำเลยไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นได้ และการกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุจำเลยจึงไม่ต้องรับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้ปืนยิงช้างของผู้เสียหาย ๒ นัดลูกปืนถูกช้างแก้วตาแตก และถูกที่ตะโพก ทำให้ช้างเสื่อมค่าผิดค่าเสียหายหนึ่งหมื่นบาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘, ๓๓ และริบปืนของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธความผิด และต่อสู้ว่า ช้างบุกเข้าไปในสวนทำลายพืชผลของจำเลยเสียหาย และจะทำร้ายคนงานกับจำเลย จำเลยจำเป็นต้องยิงเพื่อป้องกันตัวและทรัพย์กับคนงานของจำเลยพอสมควรแก่เหตุ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยป้องกันสิทธิจนเกินกว่าเหตุมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๘, ๖๙ ให้ปรับ ๕๐๐ บาท ริบปืนของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยยิงด้วยความจำเป็นเพื่อให้จำเลยและคนงานของจำเลยพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้พอสมควรแก่เหตุไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย คืนปืนของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คนเลี้ยงช้างนำช้างของผู้เสียหายไปผูกไว้ห่างสวนของจำเลยประมาณ ๑๐๐ วา กลางคืนช้างหลุดจากโซ่ล่าม พังรั้วลวดหนามเข้าไปในสวนของจำเลย ซึ่งมีพืชพรรณไม้ต่าง ๆ กับบ้านพักของจำเลยและคนงาน นายสุขคนงานของจำเลย ได้ยินเสียงหักข้าวโพดจึงบอกจำเลยโดยเข้าใจว่ามีสัตว์ป่าเข้ามาหักกินข้าวโพดในไร่จำเลยจึงเอาปืนถือติดมือไปด้วย เดินไปท่ามกลางไร่ข้าวโพดสูงท่วมศีรษะ และโดยไม่ทันรู้ตัวเมื่อจำเลยและคนงานโผล่ออกจากไร่ข้าวโพดมองเห็นช้างยืนอยู่ห่างเพียง ๔ วา จำเลยเข้าใจว่าเป็นช้างป่าเพราะไม่รู้ว่ามีคนเอาช้างบ้านมาเลี้ยงไว้แถวไร่จำเลย จึงผลักให้นายสุขหลบแล้วยิงช้างไป ๒ นัดทันที แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าจำเลยยิงโดยคาดคิดว่าเป็นช้างป่าซึ่งตามธรรมชาติย่อมดุร้ายอาจจะไล่ทำร้ายนายสุขและจำเลยได้ ระยะห่างระหว่างช้างกับนายสุขและจำเลยเพียง ๓-๔ วา นับว่ากระชั้นชิดมาก ช้างอาจจะวิ่งแล่นเข้าหาตัวนายสุขและจำเลยได้ในชั่ว ๒-๓ วินาที และต้นข้าวโพดไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้ช้างไปได้ช้า ๆ หรือใช้เป็นที่กำบังได้นายสุขและจำเลยอาจวิ่งหนีไม่พ้น การที่จำเลยยิงช้างของผู้เสียหายเป็นการตัดสินใจโดยกระทันหันด้วยความจำเป็นเพื่อให้พ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงตัวจำเลยและนายสุขคนงานของจำเลย โดยจำเลยไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นได้ การกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษฐานทำให้เสียทรัพย์
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1660/2511
พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์
นางสำลี กลิ่นฟุ้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดน่าน · จำเลย - นางสำลี กลิ่นฟุ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · ชลัม รุทระวณิช · ลออง จุลกะเศียน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดน่าน - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจริญ ปันยารชุน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา