⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 231/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเป็นเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองให้พ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยวิธีอื่น และไม่เกินสมควรแก่เหตุ ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

นาของ จ. กับพวกอยู่ทางเหนือของพนังกั้นน้ำ นาของจำเลยอยู่ทางใต้ของพนังและอยู่ในที่ลุ่ม เวลามีน้ำมาก ๆ นาของจำเลยจะถูกน้ำท่วมหมดหลังปี พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา น้ำท่วมนาของจำเลยเพราะมีผู้ถมดินปิดทางระบายน้ำ จำเลยร้องไปทางอำเภอ ๆ ก็ไม่ทำอะไร จนปี พ.ศ. 2516 ที่เกิดเหตุ จ. กับพวกหล่อคอนกรีตทับพนังกั้นน้ำและปิดช่องระบายน้ำอีกทำให้น้ำท่วมนาของจำเลยสูงถึง 1 เมตร จนจำเลยไม่อาจทำนาได้เมื่อจำเลยได้ดำเนินการที่จะขจัดความเสียหายโดยการร้องเรียนต่ออำเภอหลายครั้งแล้ว ไม่ได้ผลจำเลยจึงทุบทำลายพนังคอนกรีตนั้นโดยทำเพียงให้ขาดเป็นช่อง 3 ช่องเพื่อไม่ให้น้ำท่วมนาจำเลยเท่านั้น แม้จะเป็นความผิดก็เป็นการกระทำด้วยความจำเป็นเพื่อให้ทรัพย์สินของตนเองพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงและ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นได้ และไม่เกินสมควรแก่เหตุ จึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.67 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ปรับคนละ ๕๐๐ บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านาของนายจันทร์ ปัญจะจอม กับพวกอยู่ทางทิศเหนือของพนังกั้นน้ำพิพาท ส่วนที่นาของจำเลยอยู่ทางทิศใต้ของพนังกั้นน้ำดังกล่าวเป็นที่นาที่อยู่ในที่ลุ่มและพนังกั้นน้ำพิพาทอยู่ในเขตที่นาของจำเลยเวลามีน้ำมาก ๆ ที่นาของจำเลยจะถูกน้ำท่วมหมด หลังจากปี พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็นต้นมา น้ำท่วมนาของจำเลยเพราะนายเจริญ หอมนาน กับพวกถมดินปิดทางระบายน้ำจำเลยจึงร้องไปทางอำเภอแต่ก็ไม่ได้กระทำการอย่างใด จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๕๑๖ นายจันทร์ ปัญจะจอม กับพวกหล่อคอนกรีตทับพนังกั้นน้ำและปิดช่องระบายน้ำอีก ทำให้น้ำท่วมบริเวณที่นาจำเลยสูงถึง ๑ เมตร จำเลยไม่อาจไถนาและดำนาได้เมื่อเป็นเช่นนี้การที่จำเลยทุบทำลายพนังกั้นน้ำคอนกรีตดังกล่าวจึงเป็นได้ชัดว่าเพื่อให้มีทางระบายน้ำไหลออกมิให้น้ำท่วมนาจำเลยจำเลยเองก็ได้ดำเนินการทุกวิถีทางที่จะขจัดความเสียหายที่ได้รับโดยการ ร้องเรียนต่อทางอำเภอเชียงคำหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่ได้ผลจึงได้ทุบทำลายพนังคอนกรีตดังกล่าวแต่ก็หาได้ทำลาย ทั้งหมดไม่โดยทำให้ขาดเป็นช่อง ๓ ช่อง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมนาจำเลยเท่านั้นแม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดก็เป็นการกระทำผิดด้วยความจำเป็นเพื่อให้ ทรัพย์สินของตนเองพ้นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึง และไม่สามารถหลีกเลี่ยงให้พ้นโดยวิธีอื่นใดได้ทั้งการกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นการเกินสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2518 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายจันทร์ โพธิศาสตร์ ที่1, นายพุธ กานันท์ ที่2 ,นายเพชร แสงศรีจันทร์ ที่3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · ล. - นายจันทร์ โพธิศาสตร์ ที่1, นายพุธ กานันท์ ที่2 ,นายเพชร แสงศรีจันทร์ ที่3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอัธยา ดิษยบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 2530/2527ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3119/2558ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 15335-15336/2555ฎีกา 8534/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา