⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 177/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์สิ้นสุดลงเมื่อมิได้ออกหนังสือพิมพ์เป็นเวลาต่อเนื่องกันถึงสี่คราว และการออกหนังสือพิมพ์ต่อไปหลังจากนั้นถือเป็นความผิด แม้จำเลยจะอ้างเหตุสุดวิสัยเรื่องการถูกคุมขังก็ไม่อาจเป็นข้อยกเว้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าของ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์รายคาบ(ราย 5 วัน) มิได้ออกหนังสือพิมพ์ดังกล่าวเป็นเวลาต่อเนื่องกันถึงสี่คราว การเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวของจำเลยย่อมสิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 45 ภายหลังจากนั้น จำเลยยังขืนออกหนังสือพิมพ์ดังกล่าวอยู่ย่อมเป็นความผิดตามมาตรา 60 แห่งกฎหมายดังกล่าวนั้น จำเลยจะอ้างว่าที่ออกไม่ได้นั้นเพราะจำเลยถูกคุมขังอยู่ตลอดเวลาเป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะออกได้ มาเป็นข้อยกเว้นโดยหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.67 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ม.45 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ม.60

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๕,๖๐ จำเลยรับในข้อเท็จจริงแต่ต่อสู้ในข้อกฎหมายว่าการเป็นเจ้าของ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์(รายคาบ) ของจำเลยยังมีอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะว่า เหตุที่จำเลยมิได้ออกหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกันเป็นเวลาสี่คราวตามที่โจทก์ฟ้องนั้นเนื่องจากจำเลยถูกคุมขังอยู่ที่จังหวัดพระนคร เป็นเหตุสุดวิสัยที่จำเลยจะออกหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่จังหวัดพิษณุโลกได้ เมื่อถูกปล่อยตัวจำเลยก็ได้ออกหนังสือพิมพ์ทันทีในโอกาสแรกที่จะออกได้ จำเลยไม่มีเจตนาที่จะไม่ออกหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔๕ บัญญัติว่าหนังสือพิมพ์รายวันถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยเวลาสามสิบวัน หรือหนังสือพิมพ์รายคาบถ้ามิได้ออกโฆษณาต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาสี่คราว หรือเกินกว่าสองปี การเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์นั้นเป็นอันสิ้นสุดลง ฉะนั้น ใบอนุญาตให้เป็นเจ้าของผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ของจำเลยซึ่งจัดเป็นหนังสือพิมพ์รายคาบจึงสิ้นสุดลงตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วโดยเจ้าพนักงานการพิมพ์มิต้องบอกเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแต่ประการใดอีก ฉะนั้น เมื่อจำเลยพ้นจากการคุมขังออกมา จำเลยบังอาจออกหนังสือพิมพ์ของจำเลย จำเลยจึงต้องมีความผิด ที่จำเลยฎีกาเป็นใจความว่า จำเลยถูกจับไปคุมขังเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งทำให้จำเลยไม่ได้ออกหนังสือพิมพ์ ต้องถือว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะหยุดออกหนังสือพิมพ์ในระหว่างต้องคุมขังอยู่ ใบอนุญาตการเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ของจำเลยจึงไม่สิ้นสุดลง การที่จำเลยออกหนังสือพิมพ์ของจำเลยต่อไปเมื่อพ้นจากการคุมขังแล้วจึงไม่มีความผิดนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เหตุดังกล่าวนั้นจำเลยจะนำมาอ้างเพื่อไม่ต้องรับโทษได้ ต่อเมื่อกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้จำเลยออกโฆษณาหนังสือพิมพ์แล้วจำเลยไม่สามารถออกโฆษณาได้เพราะเหตุดังกล่าวนั้น แต่กรณีแห่งคดีนี้เป็นเรื่องพระราชบัญญัติการพิมพ์ฯ มาตรา ๔๕ ซึ่งบัญญัติแต่ว่า ถ้ามิได้ออกโฆษณาหนังสือพิมพ์ตามกำหนดแล้วถือว่าการเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ และเจ้าของหนังสือพิมพ์นั้นเป็นอันสิ้นสุดลงเท่านั้น และมิได้ยกเว้นเหตุสุดวิสัย หรือความจำเป็นใดๆ ไว้ ดังนั้นใบขออนุญาตของจำเลยมิใช่ว่ายังไม่สิ้นสุดดังที่จำเลยเข้าใจ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2515 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพิษณุโลก โจทก์ นายสมพงษ์ พลไวย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพิษณุโลก · ล. - นายสมพงษ์ พลไวย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพิษณุโลก - นายดำรง สายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2510ฎีกา 4193/2530ฎีกา 231/2518ฎีกา 390/2535ฎีกา 947/2515ฎีกา 3819/2540ฎีกา 1678/2546ฎีกา 1479/2526ฎีกา 3887/2534ฎีกา 3999/2559ฎีกา 2684/2534ฎีกา 942/2531ฎีกา 1250/2517ฎีกา 3595/2534ฎีกา 514/2507ฎีกา 5828/2540ฎีกา 1789-1790/2518ฎีกา 2999/2531ฎีกา 529/2523ฎีกา 49/2502ฎีกา 1207/2540ฎีกา 473/2519ฎีกา 1238/2536ฎีกา 1598/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา