⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 529/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งทรัพย์อันเกิดอันตรายโดยสภาพ ต้องรับผิดในผลเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือผู้ต้องเสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายนั้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

กระแสไฟฟ้าเป็นทรัพย์อันเกิดอันตรายได้โดยสภาพ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจำเลยผู้ผลิตและจำหน่ายเป็นผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายที่เกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา437 การที่กระแสไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ทรัพย์สินของโจทก์เพราะเหตุที่ต้นมะพร้าวอยู่ใกล้ชิดกับแนวสายไฟฟ้าเป็นเหตุให้ทางมะพร้าวพาดไปถูกสายไฟฟ้าเมื่อมีลมพัด มิใช่เหตุสุดวิสัยเพราะจำเลยอาจป้องกันได้ถ้าตัดต้นมะพร้าวหรือแจ้งให้โจทก์ตัดอันเป็นหน้าที่จำเลย แต่โจทก์ไม่สนใจตัดต้นมะพร้าวในที่ดินที่โจทก์เช่าหรือแจ้งให้จำเลยตัดถือได้ว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไม่ยิ่งหย่อนกว่าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงควรรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นเพียงครึ่งหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทรัพย์สินของโจทก์ถูกไฟไหม้เสียหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 โดยโจทก์มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงครึ่งหนึ่ง 346,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีฟังได้ว่าเหตุที่เกิดไฟไหม้อาคารโรงสีของโจทก์เนื่องมาจากกระแสไฟฟ้าแรงสูงลัดวงจร เกี่ยวกับปัญหาความรับผิดของจำเลยทั้งสี่ โดยที่กระแสไฟฟ้าเป็นทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายได้โดยสภาพ ซึ่งผู้มีไว้ในครอบครองจะต้องรับผิดชอบเพื่อการเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการเสียหายนั้นเกิดแต่เหตุสุดวิสัยหรือเกิดเพราะความผิดของผู้ต้องเสียหาย ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 จำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ในการผลิต จัดให้ได้มาจัดส่งและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า และเป็นนิติบุคคล ดังที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2503 มาตรา 6(1), 9 ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งกระแสไฟฟ้า การที่กระแสไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ทรัพย์สินของโจทก์เพราะเหตุที่ต้นมะพร้าวอยู่ใกล้ชิดกับแนวสายไฟฟ้าเป็นเหตุให้ทางมะพร้าวพาดไปถูกสายไฟฟ้าเมื่อมีลมพัด เห็นได้ว่ามิใช่เหตุสุดวิสัย เพราะจำเลยอาจป้องกันได้ถ้าตัดต้นมะพร้าวหรือแจ้งให้โจทก์ตัดเสียก่อนอันเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องปฏิบัติดังที่จำเลยนำสืบ และก็เห็นว่ามิใช่ความผิดของโจทก์โดยตรงเช่นกัน แต่การที่ต้นมะพร้าวขึ้นอยู่ในที่เช่าของโจทก์ โจทก์เบิกความว่าทราบดีว่าไฟฟ้าแรงสูงเป็นอันตรายต้องตัดต้นไม้ออกให้หมดพ้นรัศมีสายไฟแรงสูง แต่โจทก์กลับไม่สนใจตัดต้นมะพร้าวหรือแจ้งให้จำเลยตัดเสีย ถือได้ว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไม่ยิ่งหย่อนกว่าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ควรรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นครึ่งหนึ่งดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 นั้น ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าได้กระทำการโดยประมาทเลินเล่อตามฟ้อง จึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2523 นายสันทัด มนต์ประสิทธิ์ โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสันทัด มนต์ประสิทธิ์ · จำเลย - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 938/2503ฎีกา 1609/2513ฎีกา 1055/2480ฎีกา 1909/2540ฎีกา 1101/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 6592/2537ฎีกา 6235/2551ฎีกา 4161/2532ฎีกา 7725/2540ฎีกา 1036/2491ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2971/2543ฎีกา 883/2518ฎีกา 1188/2493ฎีกา 79/2486ฎีกา 1284/2497ฎีกา 485/2486ฎีกา 2302/2518ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 527/2536ฎีกา 3089/2537ฎีกา 795/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา