⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1750/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลที่ถูกบังคับโดยผู้อื่นให้กระทำความผิด โดยอยู่ในภาวะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ ถือเป็นการกระทำโดยความจำเป็น และไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกคนร้ายที่มีสมัครพรรคพวกหลายคนแต่ละคนมีอาวุธปืนครบมือ ใช้ปืนจี้ขู่บังคับให้เอาเรือรับส่งข้ามฟากเพื่อช่วยคนร้ายให้พ้นจากการจับกุม ดังนี้ เป็นการที่จำเลยกระทำไปเพราะอยู่ในที่บังคับหรือภายใต้อำนาจซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงขัดขืนได้ จึงเป็นการกระทำความผิดด้วยความจำเป็น จำเลยไม่ต้องรับโทษ เมื่อปรากฏว่าจำเลยกระทำความผิดด้วยความจำเป็นไม่ต้องรับโทษแม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.189 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.67 ประมวลกฎหมายอาญา ม.189

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานช่วยเหลือผู้กระทำความผิดต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๑๘๙(๒), ๘๐, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๒) ประกอบกับมาตรา ๘๐, ๘๓, ๕๒ และ ๙๒ จำคุก ๒๐ ปี ลดโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี ๔ เดือนของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าจำเลยได้ช่วยพวกคนร้ายโดยเอาเรือมารับคนร้ายที่ยิงรถโดยสารพาข้ามฟาก เพื่อให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่เชื่อว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าพนักงาน พิพากษาแก้ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘๙ จำคุก ๒ ปี ลดโทษให้๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ข้อหาอื่นให้ยกของกลางริบ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ประจักษ์พยานโจทก์เบิกความแตกต่างกันในข้อสำคัญเป็นพิรุธ ฉะนั้น ที่พยานตำรวจว่าเห็นจำเลยยิงปืนด้วย จึงเป็นที่น่าสงสัยอยู่มาก ยังเชื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยสมคบกับคนร้ายจริง ศาลฎีกายังเห็นต่อไปว่า การที่จำเลยเอาเรือรับคนร้ายข้ามฟากนั้น จำเลยน่าจะถูกคนร้ายขู่บังคับดังที่จำเลยนำสืบ คนร้ายกลุ่มนี้มีสมัครพรรคพวกมากมาย แต่ละคนมีอาวุธปืนครบมือ ทำการเพื่อจะปล้นรถยนต์โดยสารบนท้องถนนในเวลากลางวันอย่างอุกอาจ เจ้าพนักงานตำรวจก็ยืนยันว่าในกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ มีคนร้ายสำคัญอยู่หลายคนอาทิเช่น นายยูโซ๊ะ กูระ นายมะลาแม นายสะมาแอ โคแบสแย บางคนก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงตายในเวลาต่อมา จำเลยซึ่งเป็นราษฎรธรรมดาในสภาพท้องถิ่นเช่นนั้น ย่อมอยู่ในวิสัยที่จะถูกคนร้ายขู่เข็ญบังคับให้กระทำตามอย่างใดก็ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ตำหนิว่าเกิดเหตุแล้วทำไมจำเลยจึงไม่ไปแจ้งความตำรวจทันทีนั้น จำเลยก็ว่ากำลังได้รับความตกใจอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นข้อที่น่าเห็นใจอยู่ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยถูกคนร้ายขู่บังคับจริงจำเลยกระทำด้วยความจำเป็นไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ ไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาให้เป็นคุณแก่จำเลยได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์เสียปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป ของกลางคงให้ริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2514 อัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายบือราเฮง แวดือราแม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดปัตตานี · จำเลย - นายบือราเฮง แวดือราแม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ชวน พูนคำ · ประพนธ์ ศาตะมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายเดช วุฒิสิงห์ชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5451/2534ฎีกา 2665/2559ฎีกา 2406/2523ฎีกา 9174/2551ฎีกา 12564/2547ฎีกา 4942/2528ฎีกา 272/2565ฎีกา 1368/2549ฎีกา 7787/2551ฎีกา 2281/2545ฎีกา 2015/2547ฎีกา 4085/2545ฎีกา 9200/2552ฎีกา 6591/2537ฎีกา 8593/2544ฎีกา 779/2541ฎีกา 860/2484ฎีกา 213/2539ฎีกา 1356-1360/2508ฎีกา 1258/2542ฎีกา 7352/2549ฎีกา 4537/2548ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา