⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2168/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษและให้คุมประพฤติจำเลย มีผลเท่ากับพิพากษายกฟ้อง และเป็นการยกฟ้องในข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมิได้กระทำผิดพิพากษายกฟ้อง กรณีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดด้วยความจำเป็นพอสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 67 ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185. แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษและให้คุมประพฤติจำเลย ก็มีผลเท่ากับพิพากษายกฟ้อง และเป็นการยกฟ้องในข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมิได้กระทำผิดพิพากษายกฟ้อง กรณีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้เสียหายในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้าย และช่วยกันพาตัวผู้เสียหายไปเสียจากเคหสถานดังกล่าว แล้วจำเลยได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๑๐, ๓๖๔, ๓๖๕, ๙๑ ระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ในความผิดต่อเสรีภาพศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีในข้อหานี้ จำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาบุกรุก ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกตามฟ้อง แต่เป็นการกระทำโดยจำเป็นพอสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) (๓), ๘๓, ๖๗ ไม่ต้องรับโทษ แต่ให้คุมประพฤติจำเลยไว้ตามพระราชบัญญัติพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖๔ ให้จำเลยมารายงานตัวต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดระยองทุก ๔ เดือน มีกำหนด ๑ ปี ห้ามมิให้จำเลยสูบบุหรี่จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยกระทำความผิด แต่กระทำไปโดยจำเป็นพอสมควรแก่เหตุ กรณีจึงเข้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๗ ซึ่งบัญญัติว่าไม่ต้องรับโทษ ชอบที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้อง ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ ดังกล่าว และเป็นการพิพากษายกฟ้องในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมิได้กระทำผิดและพิพากษายกฟ้อง กรณีจึงเข้าบทบัญญัติมาตรา ๒๒๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้พิเคราะห์ฎีกาของโจทก์แล้ว โจทก์คงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำผิดศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยตามนัยมาตรา ๒๒๐ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2528 พนักงานอัยการประจำศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง โจทก์ นายอัมพรณ์ หรือติ๊ส หรือเปิ้ม จ้อยเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอง · จำเลย - นายอัมพรณ์ หรือติ๊ส หรือเปิ้ม จ้อยเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยรรยง อิทธิพงษ์ · ศักดิ์ สนองชาติ · โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดระยอ - นายสมชาย เหล็กกล้า · ศาลอุทธรณ์ - นายไกร บุญญะกิติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 498/2538ฎีกา 2018/2526ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 880/2502ฎีกา 1635/2493ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1305/2547ฎีกา 9/2496ฎีกา 2186/2550ฎีกา 26/2487ฎีกา 345/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 1140/2507ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2891/2540ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 868/2497ฎีกา 13516/2553ฎีกา 738/2536ฎีกา 892/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา