คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ดอกเบี้ยที่ชำระเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ แม้จะผิดกฎหมายอาญา ผู้ชำระไม่มีสิทธิเรียกคืน และไม่มีสิทธิคิดหักชำระต้นเงิน
2. เมื่อคู่ความแถลงรับว่ายินดีไถ่ถอนจำนอง เพียงแต่โต้เถียงเรื่องจำนวนเงินที่จะไถ่ถอน ถือว่าคู่ความไม่ติดใจโต้เถียงเรื่องการบังคับจำนอง
ย่อคำพิพากษา
แม้สัญญาจำนองกำหนดดอกเบี้ยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ผู้จำนองผู้รับจำนองตกลงกันนอกสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นความผิดทางอาญา เมื่อผู้จำนองชำระดอกเบี้ยให้ไป ย่อมไม่มีสิทธิจะเรียกคืนได้ และไม่มีสิทธิจะเอาดอกเบี้ยส่วนที่ชำระเกินคิดหักชำระต้นเงิน
ผู้รับจำนองฟ้องขอให้ผู้จำนองไถ่ถอนจำนอง ผู้จำนองให้การว่า ผู้รับจำนองไม่ได้บอกกล่าวบังคับจำนอง วันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับว่ายินดีไถ่ถอนการจำนอง เพียงแต่โต้เถียงกันเรื่องจำนวนเงินที่จะไถ่ถอน ดังนี้ถือว่า คู่ความไม่ติดใจโต้เถียงกันเรื่องการบังคับจำนอง เมื่อศาลชี้ขาดถึงจำนวนเงินที่ต้องชำระกัน ก็ชอบจะพิพาทบังคับจำนองไปได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำนองที่ดินไว้กับจำเลย โจทก์ได้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยบางส่วนไปแล้ว โจทก์ขอไถ่จำนอง จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรับการไถ่ถอนจำนอง
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ผ่อนชำระต้นเงินครั้งแรกแล้วไม่ได้ชำระให้อีก ส่วนดอกเบี้ยยังคงค้างชำระอีก ขอให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองตามจำนวนเงินที่ค้าง
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์จะต้องชำระต้นเงินตามฟ้อง จำเลยผิดนัด โจทก์ไม่ต้องรับผิดสำหรับดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง จำเลยไม่ได้แจ้งการบังคับจำนองให้โจทก์ทราบ ไม่ควรรับฟ้องแย้ง
วันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่ายินดีไถ่ถอนการจำนอง แต่เกี่ยงเรื่องต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้าง
ศาลชั้นต้นยกฟ้องและฟ้องแย้งของโจทก์จำเลย
โจทก์จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยรับไถ่ถอนการจำนองจากโจทก์เป็นเงิน ๗๘,๙๖๘.๘๕ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ตามสัญญาระบุว่าคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๒๕ บาท ต่อเดือนก็ดี เมื่อโจทก์จำเลยไปตกลงกันนอกสัญญาเรื่องชำระดอกเบี้ยเกินกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา (ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.๑) ว่าเป็นดอกเบี้ยเดือนละ ๑,๙๐๐ บาท ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้อันเป็นความผิดทางอาญา เมื่อโจทก์ได้ชำระไปแล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มารตรา ๔๑๑ โจทก์จะเอาดอกเบี้ยส่วนที่ชำระเกินไปจากสัญญามาคิดหักเป็นการชำระต้นเงินไม่ได้
และที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้บอกกล่าวบังคับจำนองก่อน จึงฟ้องแย้งบังคับจำนองไม่ได้นั้น ศาลฎีกาก็ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะคดีนี้ในวันชี้สองสถานคู่ความต่างแถลงรับแล้วว่ายินดีไถ่ถอนการจำนองรายนี้ จึงถือได้ว่าคู่ความไม่ติดใจโต้เถียงเรื่องการบังคับจำนองแล้ว เพียงแต่โต้เถียงกันเรื่องจำนวนเงินที่จะไถ่ถอนเท่านั้น ฉะนั้น เมื่อศาลได้ชี้ขาดถึงจำนวนเงินที่จะต้องชำระกันแล้วก็ชอบที่จะพิพากษาบังคับจำนองไปได้
พิพากษาแก้ ให้โจทก์ชำระต้นเงิน ๙๕,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑.๒๕ บาท ต่อเดือน นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๐๕ จนกว่าจะชำระเสร็จ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2511
นายทวี จิตรตระกูล โจทก์
นายชุณสีห์ อโนดาต ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทวี จิตรตระกูล · ล. - นายชุณสีห์ อโนดาต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · กิตติ สีหนนทน์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายจุนท์ จันทรวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา