คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864-1865/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้ตายเป็นการป้องกันสิทธิของตนและบุตร การที่จำเลยเข้าช่วยเหลือบุตรเขยโดยการยิงผู้ตาย จึงไม่ใช่การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
บุตรเขยจำเลยก่อเหตุวิวาททำร้ายบุตรชายผู้ตายโดยใช้มีดพร้าฟัน ผู้ตายเข้าแย่งมีดพร้าไว้ได้ แล้วใช้มีดพร้านั้นฟันบุตรเขยจำเลย จำเลยซึ่งเป็นพ่อตาเอาปืนมานั่งคอยดูอยู่ เห็นบุตรเขยถือมีดพร้ามาดักฟันบุตรชายผู้ตายก็ไม่ห้ามปราม กลับเข้าไปเอาปืนยิงผู้ตายในระยะห่าง 1 ศอกเศษ ดังนี้ พฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นฝ่ายเข้าช่วยเหลือบุตรเขยตน ทั้งการกระทำของผู้ตายก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันบุตรชายของตนด้วย จำเลยจึงจะยกขึ้นอ้างว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันภยันตรายให้แก่บุตรเขยหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้อาวุธปืนยิงและใช้มีดพร้าฟันทำร้ายนายบุญชวนผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า แต่การกระทำไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนและมีดพร้าไม่ถูกนายบุญชวน ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐
นายประเสริฐจำเลยให้การปฏิเสธ
สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า นายคงหรือบุญมาจำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายเข้มตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
นายคงหรือบุญมาจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ต่อมาขอถอนคำให้การและให้การใหม่ว่าทำไปเพราะเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันอันตรายให้นายประเสริฐบุตรเขย ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาแล้วพิพากษาว่า นายประเสริฐจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐จำคุก ๑๐ ปี ส่วนนายคงหรือบุญมาจำเลยมีความผิด ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี แต่ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้ ๑ ใน ๓ จำคุก ๑๐ ปี
จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายประเสริฐจำเลยมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายเท่านั้น ส่วนนายคงหรือบุญมาจำเลยใช้ปืนยิงนายเข้มผู้ตาย ขณะนายเข้มใช้พร้าฟันศีรษะนายประเสริฐ เป็นการป้องกันภยันตรายให้แก่นายประเสริฐ อันเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงและพอสมควรแก่เหตุ ไม่มีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๘ พิพากษาแก้ว่านายประเสริฐผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๒ เดือน ยกฟ้องโจทก์เฉพาะนายคงหรือบุญมา
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า นายประเสริฐมีความผิดฐานพยายามทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แต่นายประเสริฐเป็นผู้ก่อเรื่องให้เกิดวิวาททำร้ายกันขึ้นตั้งแต่ต้นตลอดมาจนถึงได้ใช้พร้าวิ่งไปดักฟันนายบุญชวนบุตรผู้ตาย ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกนายประเสริฐเพียง ๒ เดือนไม่เห็นด้วย
ส่วนนายคงหรือบุญมาจำเลยนั้น เห็นว่านายประเสริฐบุตรเขยนายคงหรือบุญมาก่อเหตุวิวาททำร้ายนายบุญชวนบุตรชายนายเข้มผู้ตายโดยใช้มีดพร้าฟัน ผู้ตายเข้าแย่งมีดพร้าไว้ได้ แล้วใช้มีดพร้านั้นฟันนายประเสริฐ นายคงหรือบุญมาจำเลยซึ่งเอาปืนมานั่งคอยดูอยู่เห็นนายประเสริฐบุตรเขยถือมีดพร้ามาดักฟันนายบุญชวนบุตรชายผู้ตายก็ไม่ห้ามปราม กลับเข้าไปเอาปืนยิงผู้ตายในระยะห่าง ๑ศอกเศษ ดังนี้ พฤติการณ์ของนายคงหรือบุญมาจำเลยจึงดูเป็นฝ่ายเข้าช่วยเหลือนายประเสริฐบุตรเขยตน หาอาจยกเหตุขึ้นอ้างว่าเป็นการกระทำเพื่อป้องกันภยันตรายให้แก่นายประเสริฐได้ไม่ทั้งการกระทำของนายเข้มผู้ตายก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันนายบุญชวนบุตรของตน
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกนายประเสริฐ ๑ ปีนอกจากที่แก้นี้ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1864 - 1865/2511
พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นายประเสริฐ แก้วอำไพ จำเลย
พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์
นายคง หรือบุญมา ร่วงโรย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายประเสริฐ แก้วอำไพ · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายคง หรือบุญมา ร่วงโรย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิริยะ เกิดศิริ · ไฉน บุญยก · สุธี โรจนธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอรุณ ศิลปวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำเนียร บุญพละ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา