⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2098-2099/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2098-2099/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป หรือจะลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดก็ได้ ตามดุลพินิจของศาล.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกมีอาวุธปืนและฆ้อนเหล็กเป็นอาวุธไปทำการปล้นทรัพย์โจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340วรรคท้าย สำนวนหนึ่ง และฟ้องจำเลยฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน มาตรา 7, 72 อีกสำนวนหนึ่งศาลได้พิจารณาคดีทั้งสองนี้รวมกัน แม้จะได้แยกฟ้องเป็นคนละสำนวน แต่ก็เป็นเรื่องกระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปหรือจะลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดก็ได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แล้วแต่การใช้ดุลพินิจของศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาและพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกมีปืนและฆ้อนเหล็กเป็นอาวุธทำการปล้นทรัพย์ และทำร้ายเจ้าทรัพย์โดยเจตนา เจ้าทรัพย์ได้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๓๔๐, ๘๓ริบของกลาง และขอให้นับโทษต่อจากคดีดำ ๗๑๐/๒๕๐๙ ของศาลชั้นต้น สำนวนหลัง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ และนับโทษต่อจากคดีดำที่ ๗๑๑/๒๕๐๙ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเป็นผู้กระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์และมีอาวุธปืนไม่รับอนุญาตตามฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๕, ๒๘๙(๖), ๘๓ และพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ วางโทษประหารชีวิต ปรับ ๒,๔๐๐ บาทจำเลยรับสารภาพลุแก่โทษต่อพนักงานสอบสวนเป็นประโยชน์ในการพิจารณาคดีปรานีลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘, ๕๒ คงจำคุกจำเลยไว้ ๒๐ ปี ปรับ ๑,๖๐๐ บาท ไม่เสียค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ ริบอาวุธปืนลูกซองพก ๒ กระบอก กระสุนปืนลูกซอง๓ นัดของกลาง ส่วนของนอกนั้นคืนเจ้าทรัพย์และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๑๘,๖๕๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสุดท้าย, ๘๓ กระทงหนึ่ง และมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ อีกกระทงหนึ่ง แต่ให้ลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดเพียงกระทงเดียวซึ่ง เป็นการสมควรแก่รูปคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสุดท้าย, ๘๓ และมาตรา ๙๑ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ปรานีลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘, ๕๓ คงจำคุกจำเลย ๑๕ ปี อาวุธปืนลูกซองสั้นหมายเลขทะเบียน ก.พ. ๓/๒๕๑๕ พร้อมด้วยกระสุนปืนของกลาง ๒ นัดให้ริบ ส่วนปืนลูกซองสั้นหมายเลขทะเบียน น.ว.๙/๑๒๗๒๖ กับกระสุนปืนของกลาง ๑ นัดให้คืนเจ้าของไป และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๑๘,๓๕๘ บาทแก่เจ้าทรัพย์ด้วย นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษประหารชีวิตและลงโทษฐานผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืนและให้ริบปืนอีกกระบอกหนึ่งซึ่งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ดังฟ้องจริง ปัญหาว่าควรจะลงโทษจำเลยหนักเบาสถานใดนั้น เห็นว่า สำหรับความผิดของจำเลยเป็นอันยุติว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมาย ๒ กระทงคือ มีความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคท้ายกระทงหนึ่ง ซึ่งได้ถูกฟ้องในความผิดเฉพาะกระทงนี้เป็นสำนวนหนึ่งและมีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนมาตรา ๗, ๗๒ อีกกระทงหนึ่งและได้ถูกฟ้องในความผิดเฉพาะกระทงนี้เป็นอีกสำนวนหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าจะแยกฟ้องเป็นคนละสำนวน ไม่ได้ฟ้องเป็นสำนวนเดียวกัน แต่ก็เป็นเรื่องกระทำการอันความผิดหลายกรรมต่างกัน ที่ศาลจะลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปหรือจะลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดก็ได้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ แล้วแต่การใช้ดุลพินิจของศาล ที่ศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษเฉพาะกระทงที่หนักที่สุดเพียงกระทงเดียว เป็นการสมควรแก่รูปคดีแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่เหมาะสมกับความโหดร้ายทารุณสำหรับบุคคลที่มีใจดำอำมะหิตนั้น เห็นว่าจำเลยคอยอยู่ข้างล่างไม่ได้ขึ้นไปฆ่าผู้ตายบนเรือนด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ให้จำคุกตลอดชีวิตจึงเป็นการสมควรแล้ว ส่วนอาวุธปืนเลข น.ว.๙/๑๒๗๒๖ มีทะเบียนโดยชอบโจทก์มิได้นำสืบว่าเป็นปืนที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดและในสำนวนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตก็มิได้ฟ้องถึงอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนรายนี้ ฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์ไม่ริบอาวุธปืนรายนี้ชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์จำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2098 - 2099/2511 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายสมเกียรติ พูลพันธ์ จำเลย พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายสมเกียรติ พูลพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายสมเกียรติ พูลพันธ์ · โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายสมเกียรติ พูลพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กิตติ สีหนนทน์ · ชลัม รุทระวณิช · แสวง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายธวัช พึ่งชลารักษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 779/2541ฎีกา 6033/2533ฎีกา 1198/2519ฎีกา 1233/2527ฎีกา 4391/2565ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 4792/2538ฎีกา 1353/2529ฎีกา 766/2517ฎีกา 5588/2553ฎีกา 3965/2526ฎีกา 4641/2530ฎีกา 4800/2550ฎีกา 4825/2553ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 9844/2555ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา