คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2511
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ปกครองต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้เยาว์ของตนได้กระทำ แม้การกระทำนั้นจะเกิดขึ้นนอกบ้านและลับหลังผู้ปกครองก็ตาม หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ปกครองละเลยไม่ใส่ใจดูแลหรือห้ามปราม
* ครูไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของนักเรียน หากครูได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว และเหตุการณ์นั้นอยู่นอกเหนืออำนาจและวิสัยที่ครูจะดูแลให้ปลอดภัยได้
ย่อคำพิพากษา
เช้าวันเกิดเหตุ ครูได้เก็บเอาไม้กระบอกพลุที่เด็กนักเรียนเล่นมาทำลายและห้ามไม่ให้เล่นต่อไป ตอนหยุดพักกลางวันนักเรียนคนหนึ่งได้เล่นกระบอกพลุที่นอกห้องเรียนไปโดนนัยน์ตานักเรียนอีกคนหนึ่งบอด พฤติการณ์เช่นนี้ครูได้ใช้ระมัดระวังตามสมควรแล้ว เหตุที่เกิดละเมิดเป็นการนอกเหนืออำนาจและวิสัยที่ครูจะดูแลให้ปลอดภัยได้ ครูจึงไม่ต้องรับผิด
มารดาปล่อยให้บุตรเล่นไม้กระบอกพลุที่บ้านและนำไปเล่นที่โรงเรียน จนบุตรมีความชำนาญทำไม้กระบอกพลุให้คนอื่นเล่นได้ แสดงว่ามารดาปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลหรือห้ามปราม แม้เหตุจะเกิดขึ้นที่โรงเรียนลับหลังมารดาก็ตาม ก็หาทำให้มารดาพ้นความผิดไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ ๒ เป็นมารดาของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ เป็นมารดาของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เป็นครูประจำชั้นของจำเลยที่ ๑
จำเลยที่ ๑ ใช้ไม้พลุทำด้วยไม้ไผ่บรรจุลูกกระดาษเป่ายิงถูกลูกนัยน์ตาข้างขวาของเด็กชายสุวิทย์แตกและตาบอด ทั้งนี้เพราะจำเลยที่ ๒ และ ๓ ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังดูแลจำเลยที่ ๑
จำเลยทั้งสองปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๑,๕๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒, ๓ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง
โจทก์กับจำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในตอนเช้าวันเกิดเหตุจำเลยที่ ๓ เห็นเด็กนักเรียนเอากระบอกพลุมาเล่นกัน เกรงว่าจะเกิดอันตราย จึงได้เก็บเอาไปทำลายเสีย และห้ามไม่ให้เล่นต่อไป จำเลยที่ ๑ ใช้กระบอกพลุยิงโจทก์ในเวลาหยุดพักกลางวันและนอกห้องเรียน จึงเห็นได้ว่า จำเลยที่ ๓ ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในอันที่จะป้องกันและห้ามปรามมิให้เด็กนักเรียนที่อยู่ในความดูแลเล่นไม้กระบอกพลุซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ เหตุละเมิดที่เกิดเป็นการนอกเหนืออำนาจและวิสัยที่จำเลยที่ ๓ จะดูแลให้ปลอดภัยได้
ส่วนจำเลยที่ ๒ ปล่อยให้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบุตรเล่นไม้กระบอกพลุทั้งที่บ้านและโรงเรียนมาก่อนเกิดเหตุละเมิดคดีนี้ จนกระทั่งมีความสามารถทำให้คนอื่นเล่นได้ และได้นำไม้กระบอกพลุจากบ้านไปเล่นที่โรงเรียน แสดงว่าจำเลยที่ ๒ ได้ปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลหรือห้ามปรามจำเลยที่ ๑ แม้การทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ เกิดที่โรงเรียนลับหลังจำเลยที่ ๒ ก็หาทำให้จำเลยที่ ๒ พ้นความรับผิดไม่
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์และจำเลยที่ ๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2511
นายใช้ บ้านหมู่ ผู้
เยาว์ โจทก์
เด็กชายจีน สงเคราะห์ห่วง ที่ 1 นางเหมือน สงเคราะห์ห่วง ที่ 2 นายจอม
ช่างต่อ ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ - นายใช้ บ้านหมู่ · โจทก์ - เยาว์ · นายจอม - เด็กชายจีน สงเคราะห์ห่วง ที่ 1 นางเหมือน สงเคราะห์ห่วง ที่ 2 · ล. - ช่างต่อ ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จินตา บุณยอาคม · สวิง ลัดพลี · สว่าง ภูวะปัจฉิม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายประเสริฐ สุนทรนันท · ศาลอุทธรณ์ - นายประสาท สุคนธมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา