⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 382/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก แม้ไม่ได้มีการประชุม แต่หากผู้จัดการมรดกทุกคนได้รับแจ้งและมีผู้เห็นด้วยเป็นส่วนมาก ถือเป็นเสียงข้างมากที่ผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติตาม และผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากสามารถดำเนินการในนามของผู้จัดการมรดกทั้งคณะได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 นั้น การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องเป็นไปตามเสียงข้างมาก. และเสียงข้างมากดังกล่าวนี้มิได้มีกฎหมายบังคับว่าต้องจัดให้มีการประชุมผู้จัดการมรดกเพื่อปรึกษาออกเสียงกันโดยตรงในกรณีที่ผู้จัดการมรดกเห็นควรดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในการจัดการมรดก และปรากฏว่าได้แจ้งไปยังผู้จัดการมรดกทุกคนแล้ว มีผู้เห็นด้วยเป็นส่วนมาก ความเห็นส่วนข้างมากนั้นก็ถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมาก ตกเป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดกที่จะต้องจัดการไปตามนั้นผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากก็อาจดำเนินการไปในนามของผู้จัดการมรดกทั้งคณะได้ การรวบรวมทรัพย์มรดกก็ตาม ก็เป็นการจัดการมรดก บุคคลภายนอกหากได้ทราบความเห็นหรือเสียงข้างมากที่ให้เรียกทรัพย์มรดกนั้นแล้ว ก็ต้องรับรู้และยินยอมให้ผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากรับทรัพย์มรดกไปจะเกี่ยงให้ผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากนำผู้จัดการมรดกส่วนข้างน้อยเข้ามาร่วมจัดการด้วยหาได้ไม่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นละเมิด แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่เป็นละเมิด จะถือได้อย่างมากเพียงแต่เป็นการผิดสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2, 3 ไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 แล้วพิพากษายืนในข้อที่ให้จำเลยที่ 2, 3 ร่วมเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในศาลชั้นต้นด้วยนั้นเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะแก้ไข

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1711 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1719 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามและนายสง่า ณ ระนอง เป็นผู้จัดการมรดกของพระยาประดิพัทธภูบาลตามคำสั่งศาล โจทก์ได้ขอให้จำเลยที่ ๑แจ้งรายการเงินฝากจำนวนหุ้น และขอตรวจทรัพย์ที่พระยาประดิพัทธภูบาลฝากจำเลยที่ ๑ ไว้ จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตามคำขอของโจทก์ เป็นการละเมิด จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยยอมให้โจทก์ตรวจและรับทรัพย์มรดกของพระยาประดิพัทธภูบาล และให้จำเลยเสียค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า ศาลแต่งตั้งโจทก์ทั้งสามและนายสง่า ณ ระนองร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดก จึงต้องกระทำการร่วมกันทั้ง ๔ คน โจทก์ทั้งสามจะแยกกระทำการในฐานะผู้จัดการมรดกตามลำพังไม่ได้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ในการทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องถือเอาเสียงข้างมากเป็นสำคัญ โจทก์ทั้งสามเป็นฝ่ายที่มีเสียงข้างมาก จึงมีอำนาจกระทำการตามหน้าที่ได้ การที่จำเลยขัดขวางหรือกักทรัพย์มรดกไว้ จึงเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เมื่อฟังว่ามีการละเมิดแล้ว ก็ต้องถือว่าเสียหายศาลกำหนดค่าเสียหายให้ได้ตามสมควร ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ทั้งสามเป็นฝ่ายที่มีเสียงข้างมากย่อมกระทำการในหน้าที่ผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา ๑๗๒๖ แต่การที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ทั้งสามตรวจและรับทรัพย์สินไปนั้น จำเลยมิได้จงใจกระทำโดยผิดกฎหมาย อันจะถือได้ว่าเป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามมาตรา ๔๒๐ หากแต่จำเลยกระทำไปโดยเข้าใจว่าโจทก์ไม่มีอำนาจที่จะจัดการมรดกได้ตามลำพัง จะถือได้อย่างมากก็เพียงเป็นการผิดสัญญาเช่าตู้นิรภัยจากจำเลยเท่านั้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๖บัญญัติว่า "ถ้าผู้จัดการมรดกมีหลายคน การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกนั้นต้องถือเอาเสียงข้างมาก ฯลฯ" นั้นหมายความว่าการทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกต้องเป็นไปตามเสียงข้างมากและเสียงข้างมากดังกล่าวนี้มิได้มีกฎหมายบังคับว่าต้องจัดให้มีการประชุมผู้จัดการมรดกเพื่อปรึกษาออกเสียงกันโดยตรง ในกรณีที่มีผู้จัดการมรดกเห็นควรดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในการจัดการมรดกและปรากฏว่าได้แจ้งไปยังผู้จัดการมรดกทุกคนแล้ว มีผู้เห็นด้วยเป็นส่วนมาก ความเห็นเสียงข้างมากนั้นก็ถือได้ว่าเป็นเสียงข้างมากตกเป็นหน้าที่ของผู้จัดการมรดกที่จะต้องจัดการไปตามนั้น ซึ่งผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากก็อาจดำเนินการไปในนามของผู้จัดการทั้งคณะได้ การดำเนินคดีก็ตาม การรวบรวมทรัพย์มรดกตาม ก็เป็นการจัดการมรดก ถึงหากจะต้องใช้สิทธิต่อบุคคลภายนอก ผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากย่อมจัดการไปได้ เทียบตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๖๑/๒๕๐๖ คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายโต๊ะเล็ก ชมเผ่า โจทก์ร่วมนายดอเลาะ พูนสวัสดิ์ กับพวก จำเลย และที่ ๗๕๑/๒๕๐๘ คดีระหว่างมัสยิดรุ้ลมู่ฮิบบิน โดยคณะกรรมการ โจทก์ นายตอฮา บุญเพ็ชร กับพวกจำเลย บุคคลภายนอกที่จะต้องส่งทรัพย์มรดกให้ผู้จัดการมรดกรับไปจัดการ หากได้ทราบความเห็นหรือเสียงข้างมากที่ให้เรียกทรัพย์มรดกนั้นแล้ว ก็ต้องรับรู้และยินยอมให้ผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากรับทรัพย์มรดกไป จะเกี่ยงให้ผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากนำผู้จัดการมรดกส่วนข้างน้อยเข้ามาร่วมจัดการด้วยหาได้ไม่ คดีนี้ปรากฏว่า เมื่อโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกส่วนข้างมากจะขอตรวจและรับทรัพย์มรดกของพระยาประดิพัทธภูบาลในตู้นิรภัยไป จำเลยไม่ขัดข้อง และแนะนำให้เชิญนายสง่า ณ ระนอง มาด้วย โจทก์ทั้งสามได้พยายามขอร้องให้นายสง่า ณ ระนอง มาตามที่จำเลยแนะนำหลายครั้งหลายคราว นายสง่า ณ ระนอง ตอบปฏิเสธไม่ยินยอมทุกครั้งโจทก์ทั้งสามก็ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทราบถึงพฤติการณ์นี้แล้วเพื่อขอตรวจและรับทรัพย์มรดกของพระยาประดิพัทธภูบาลไปจัดการอีกเห็นได้ว่าในการนี้ได้มีเสียงข้างมากของผู้จัดการมรดกให้ดำเนินการตรวจและรับทรัพย์มรดกไป จำเลยได้ทราบเสียงข้างมากนี้แล้ว จำเลยก็ต้องให้การจัดการมรดกเป็นไปตามเสียงข้างมากนั้น โดยยอมให้โจทก์ทั้งสามทำการตรวจรับทรัพย์มรดกไปได้ จะยกเหตุที่นายสง่า ณ ระนองไม่มาร่วมดำเนินการด้วยมาเป็นข้อขัดข้องมิได้ ทั้งนี้ นายสง่าณ ระนอง จะปฏิเสธไม่ยอมมาดำเนินการโดยมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผลก็หาเป็นข้อสำคัญไม่ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ จะถือได้อย่างมากเพียงแต่เป็นการผิดสัญญาเช่าตู้นิรภัยซึ่งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ด้วยอย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อที่ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมเสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในศาลชั้นต้นด้วย เป็นการคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมายนั้นเห็นว่า เป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๖๑ และไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะแก้ไข ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 382/2511 หม่อมคล้อง เกษมสันต์ นายฐิตินันท์ ณ ระนอง นายพจนา ณ ระนอง โจทก์ บริษัทธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความระนอง - หม่อมคล้อง เกษมสันต์ นายฐิตินันท์ ณ · โจทก์ - นายพจนา ณ ระนอง · กับพวกรวม - บริษัทธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ที่ 1 · ล. - 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · แถม สิริสาลี · เฉลิม ทัตภิรมย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเจริญ ปัยยารชุน · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2675/2527ฎีกา 2467/2526ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 951/2542ฎีกา 2303/2533ฎีกา 1368/2510ฎีกา 6057/2541ฎีกา 994/2485ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 1279/2502ฎีกา 8337/2540ฎีกา 6620/2550ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4176/2530ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553ฎีกา 5832/2541ฎีกา 1906/2519ฎีกา 10842/2558ฎีกา 3568/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา